Pranitee's profilePranitee's space : บอก บ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 21

    หลายข้อ เป็นข้อ ๆ ความเชื่อ ความเข้าใจ ความอะไรก็ว่าไป

    ก่อนอื่นขอบอกว่า บล็อกนี้ ฟีดดีเลย์มากนะคะ เอนทรี่ที่แล้ว กว่าพีดจะออกไป ก็เกือบอาทิตย์นึง
    ดังนั้น กดมาดูปีละครั้งก็พอค่ะ ก๊าก... ไม่ใช่ ๆ อยากไวก็แอดมาเป็นคอนแท็กก็ได้ เพราะคอนแท็กจะเห็นอัพเดท ก็เท่านั้นแหละ
     
    วันก่อนจุ๊บก็มาอ่าน (จุ๊บคือเพื่อนเราที่เป็นลูกสาวเจ้าของโรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ ที่เราไปทำงานมา 7 วัน)
    จุ๊บบอกว่า เห็นมีอัพเดทขึ้นที่หน้าเมล เลยกดมาอ่าน ตลกมาก (เอนทรี่ที่แล้ว)
    เราถามว่าตลกตรงไหน
    จุ๊บตอบว่าก็ตลกเรื่อย ๆ อ่ะ อ่านไปก็ขำไป
    เราบอกจุ๊บว่า นี่เรื่องเศร้าของเรานะ
    จุ๊บบอกว่าเหรอ ตลกอ่ะ
     
    1. นี่แหละค่ะ สิ่งที่เราค้นพบครั้งใหม่ (จริง ๆ คงพบนานแล้ว) เราเป็นคนที่สามารถ "เล่าเรื่องเศร้า เป็นเรื่องตลกได้" ก๊าก...
    เหตุผลของเราคือ เราไม่รู้ว่าจะเล่าให้เศร้าให้เครียดไปทำไม เราอยากให้คนอ่านบล็อกเรา ขำ ขำ ขำ ขำ ขำ เพราะการขำทำให้อายุยืนขึ้น
    เราไปเล่าเรื่องแบบในบล็อกให้แม่หน่า (แม่ของซุง ญาติเรา) พอแม่หน่าฟัง แม่หน่าก็บอกว่า แอมเป็นคนตลกเนาะ ฟังเพลินเลย เราจึงมั่นใจว่า จริง ๆ แล้วเราเป็นคนตลก โคตรตลก และชีวิตของตลก มักจะไม่ตลก แต่เราก็ตลก (ตกลงเอาไงแน่)
     
    จริง ๆ มันแล้วแต่สถานการณ์นะคะ ถ้าไม่มีอารมณ์ เราก็คงทำให้ใครขำไม่ได้หรอก
     
    2. เออ ไปทำงานกับเด็ก แล้วมีเรื่องมาบอกเล่าอีก
    ตอนเล่นกับน้องเนอสเซอรี่ ที่เล่าไปบ้างแล้ว เวลาน้องมาใหม่ เด็ก 1 ขวบ 2 ขวบ ประมาณนี้ จะร้องไห้มาก แล้วเราก็จะปลอบเด็ก เราบอกตรง ๆ เราได้ยินเสียงเด็กร้องแล้วเราไม่ได้รำคาญนะ แต่ว่ามันหลอนไประยะนึงเลย โดยเฉพาะน้องแอน เป็นน้องประมาณขวบนึง ร้องดังมาก คือเราเข้าใจว่าเราคิดไปเอง เมื่อสักวันจันทร์ที่แล้ว (ไม่ใช่วันก่อนนะ นี่หมายถึงอาทิตย์ที่แล้ว) เราอยู่กับน้องแอน ปลอบน้องแอน แล้วพอออกจากโรงเรียนมา เราได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ตลอดเวลาเลย รถไฟฟ้า ห้าง กลับมาบ้านก็ยังได้ยิน คาดว่าหูแตกไปแล้ว ก๊าก... วันรุ่งขึ้น คุณครูเอ๋ (คุณครูเนอสเซอรี่ของโรงเรียน) ถามว่า "ดีไหมแอม อยู่กับเด็กเนี่ย" เราก็ตอบว่าดีค่ะ (ดีกว่าอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เราไม่ชอบเยอะเลย - สภาพแวดล้อมที่เราไม่ชอบ มีคละเคล้าอ่ะนะ แต่หนึ่งในนั้นคือ ความตอแหลของคน อยู่กับเด็กดี ตรงไม่มีความตอแหลอ่ะ เด็กโคตรจริงใจเลย มันใส ๆ อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย หมดแรง ฮา ไม่ต้องคิดมากอะไร) สนุกดี แต่เวลาร้องแล้ว ปวดใจ ไม่อยากให้ร้อง อะไรทำนองนี้ ครูเอ๋ก็บอกว่า "มันจะหลอน ๆ ใช่ไหม" เราก็ "ว้าว ใช่เลยค่ะครูเอ๋ แอมได้ยินเสียงเด็กตลอดเวลาเลย" ครูเอ๋ก็บอกว่าเขาก็เป็น สมัยก่อนเคยชอบฟังเพลง ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว ไม่ชอบเสียงดัง ๆ ด้วย ซึ่งเราก็ใช่เลย เราคิดแบบนั้นเลย เพลงเพลิงเราไม่ฟังแล้ว ไม่ชอบคนพูดเสียงดัง ไม่ชอบเห็นเด็กร้องไห้ อยากเห็นเด็กหัวเราะสนุกสนาน (และพยายามทำให้เป็นงั้นด้วย) อย่างน้องแอน นี่ โอเค มาใหม่ ยังเล็กมาก ตัวนิดเดียว แต่เสียงแปดหลอด ดังมากอ่ะ ขนลุกทุกครั้งที่ได้ยิน อันนี้ทำให้หยุดได้ด้วยการ อะไรเชื่อไหม??? การถู การลูบตัว ถูจนเลขจะออกแล้ว เราโอ๋น้องแอนอยู่สองวัน พี่วัน (พี่เลี้ยง) ก็เจอเหมือนกันว่าจะให้หยุดต้องเกา คือ เหมือนต้องทำให้รู้ว่าอยู่กับเขาตลอด ถ้าลุก ถ้าหยุด หรือถ้าแค่ไปเล่นกับน้องคนอื่น (น้องคนอื่นมาเล่นกับเรา มาหาเรา มาให้กอด มากอด มาให้อุ้ม มานั่งตัก หรือแค่มาใกล้ ๆ) ก็จะกรี๊ดทันที ซึ่งทรมานคนแก่อย่างเรามาก ๆ ฮือ...
    อ่านแล้วรู้สึกรักและเห็นใจเข้าใจพ่อแม่ขึ้นไหนเนี่ย เล็ก ๆ ใครเป็นแบบนี้บ้าง ยกมือขึ้นซิ เราคนนึงที่เป็น ขอบอก ๆ สงสารพ่อแม่ว่ะ ฮือ... ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ตอนนั้นมันเด็ก มันกลัวอ่ะ
     
    ส่วนอีกคน คนนี้รักมากเลย น้องขวัญข้าว สองขวบแล้ว แต่เพิ่งมาไง ติดยาย (เราเล่าไปคราวที่แล้วว่าย่า เพราะได้ยินว่าย่า จริง ๆ คือคุณยายนะ) ติดแม่ ติดมาก แล้วพอมาโรงเรียนก็ติดเรา เพราะเราโอ๋ตลอด ถ้าอยู่กับเราจะไม่ร้องเลย (เราจำได้ วันที่น้องไม่หยุดตอนแรก เราบอกว่า น้องขวัญหยุดร้องนะลูก เดี๋ยวไม่สบายนะ มานั่งตักพี่แอม แล้วดูการ์ตูนกัน (พอดีการ์ตูนเปิดอยู่) แล้วเดี๋ยวเราไปเล่นหน้าบ้านด้วยกัน ตอนเย็นก็ได้กลับบ้านพร้อมกันทุกคน ไม่ต้องร้องลูก ตอนนี้มาเล่นด้วยกันก่อนนะ อะไรทำนองนี้ แล้วก็จูงไปไหนตลอด ป้อนข้าว อาบน้ำเช็ดตัวทาแป้ง คืออยู่ด้วยกันตลอด จนพอพี่วัน ครูเอ๋เรียก ก็ไม่ไป ไม่เล่นกับเพื่อน ตอนนอน เราต้องนั่งใกล้ ๆ จนหลับ เราไปกินข้าว กลับมา ร้องกรี๊ด ๆ กับน้องแอน (จันทร์ที่แล้ว) เมื่อนั้นแหละ เลยรู้ว่า เราพลาดแล้ว ที่ทำให้น้องติด หลัง ๆ ครูเอ๋ให้ไม่แยแสเลย เพื่อเอากลับเข้ากลุ่มเพื่อให้ได้ ซึ่งบอกตรง ๆ จุดนี้ทำให้เราเข้าใจอีกแหละ ก็บอกแล้วว่าเล็ก ๆ เราเป็นงี้ ว่าจริง ๆ เพราะคนเลี้ยงเขารักหรอก เขาถึงได้ทำแบบนี้ เรารักน้องขวัญ เราไม่อยากให้เขาโตมาเป็นคนไม่รู้จักปรับตัวแบบเรา (คือก็ปรับนะ แต่น้อย แบบดูแล้วเราเหมือนพวกติสแตกขั้นเกินกว่าจะเยียวยาว่ะ ใครว่าไง ก๊าก...) พอเราออกจากโรงเรียน (เลิกไปทำงาน) คุณครูเอ๋บอกว่าน้องถามถึงทุกวันเลย แต่ตอนนี้ไม่ร้องไห้แล้ว
    ดีใจด้วย จริง ๆ ที่ไม่ร้องไห้แล้ว
    เรายังต้องเรียนรู้อีกเยอะแหละเนอะ
     
    เออ เราออกเพราะเราเหนื่อยเดินทาง และเรากลัวคนบ้าที่ปากทาง นอกนั้นเรามีความสุขมาก ๆ และรู้ว่าเราอยู่กับเด็กได้อ่ะ มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ทุกข์ใจที่ได้ทำอ่ะ รู้สึกว่าคนที่ทำตรงนี้ ประเสริฐมากเลย การสร้างคนดีให้สังคม (สอนเด็ก) ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ โอเคอาจดูซ้ำไปซ้ำมาในลักษณะงาน แต่อารมณ์ พฤติกรรมเด็ก ไม่ซ้ำกันเลยสักวัน ก๊าก...
     
    งากถึงคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หรือมือเก่า หรือมือแก่ หรือมือไหนก็ว่าไป "ไปรับไปส่งตรงเวลา ตามที่โรงเรียนกำหนด" และ มีเวลาให้กับลูก ร่วมสอนลูกด้วย (ที่บ้าน) อย่าผลักภาระให้โรงเรียน เพราะว่า ไม่มีใครหรอกค่ะ ที่จะสอนเขาได้ดีที่สุด เท่ากับพ่อกับแม่ของเขา
    อันนี้เล่าเพราะมีวันหนึ่ง น้องคนนึง พ่อแม่เขารับเย็นมาก (เขาบอกแหละ) อันนี้พี่วันเล่า พอเพื่อน ๆ เริ่มกลับไปหมด โรงเรียน น้องคนนี้ ร้องระเบิดเถิดเทิงเลย เพราะเขารู้สึกเหมือนพ่อแม่ทิ้งเขา เขาถูกทอดทิ้งให้อยู่ที่โรงเรียน มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากเลยนะ เราเคยเป็น (อีนี่ เคยเป็นมาแล้วทุกอย่างหรือไงเนี่ย)
     
    เราเห็นน้องคนนึง สุขภาพจิต (และร่างกาย) ดีมาก ชื่อน้องเอมี่ เราสังเกตได้ว่า เขาต้องถูกเลี้ยงแบบมีเหตุมีผล เวลาทำอะไรบอกเหตุผล และคุณยายมารับมาส่งตรงเวลา (มาส่งค่อนข้างหลัง มารับไวที่สุด) คาดว่าตรงนี้อาจมีความหมายนะ เรารู้สึกว่า น้องเขาสดใส และมีความสุข รู้สึกว่าอบอุ่นใจ มีความแน่นอน (ชัวร์ ตรงเวลา) อะไรแบบนี้มั๊ง ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเด็กไวเดียวกัน เวลาล้ม เวลาทะเลาะ ไม่เคยร้องไห้เลย สั่งให้หยุดวิ่งเล่นก็หยุดเลย ไม่ต่อรอง ไม่ดื้อด้วย เราจะชอบบอกน้อง ๆ ว่า "เด็กดี ต้องรู้จักการรอคอย" เอมี่จะไปนั่งเรียบร้อยแล้วบอกว่า "เอมี่เป็นเด็กดี เอมี่รู้จักการรอคอย" เราชอบมากเลยอ่ะ เด็กแบบนี้ คือดูมีเหตุมีผลดีอ่ะ
     
    ก็แนะนำได้ประมาณนี้นะ
    เออ ขออีกเรื่อง เราบอกแม่น้องขวัญไปว่า น้องไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าอ่ะค่ะ เลยร้องไห้หาแม่กับยายตลอด ยังไงคุณแม่ลองพาน้องไปเที่ยว ไปพบผู้คน ให้เห็นอะไรใหม่ ๆ อาจจะร้องไห้น้อยลงนะคะ คือเรามารู้สึกผิดว่า เรามีสิทธิ์ไปแนะนำเขาหรือเปล่า เพราะเราเองก็เป็นแบบน้องเขาอ่ะ ก๊าก... แต่ก็นะ ยังไง คุณพ่อคุณแม่หรือคุณผู้ปกครอง ต้องหมั่นพาบุตรหลานไปเที่ยว ไปดูสภาพแวดล้อม ชุมชน หรืออะไรก็ได้ ให้เขาได้เห็นผู้คน ที่มีความแตกต่างกัน เราเชื่อว่า พอเขารู้ เขาก็จะไม่กลัว ไม่ตื่นคน และอย่าตอบสนองเขาเวลาเขาร้องไห้หรือกรี๊ด ๆ
    เพราะเขาจะเกิดการเรียนรู้ว่า เมื่อเขาอยากได้อะไร เขาต้องทำวิธีนี้ (ซึ่งเราก็ชอบทำวิธีนี้ ก๊าก...) พอเรียนรู้แล้ว บอกตรง ๆ เราไม่อยากร้องไห้อีกเลยอ่ะ ไม่ชอบการร้องไห้ คือ สิ่งที่เรารู้คือ เราจะต้องทำให้คนที่ร้องไห้ หยุดร้อง แต่จะตอบสนองความต้องการของเขาหรือไม่ นั่นต้องดูตามเหตุและผล ซึ่งเราต้องหัดเป็นคนมีเหตุมีผลเหมือนกัน ไม่ใช่เอาแต่ติสแตก
     
    รู้สึกไปทำงานมา 7 วันได้อะไรเยอะมาก แนวคิดในชีวิต ที่สำคัญคืออย่างที่บอกไปแล้วว่า รู้สึกจริง ๆ ว่าคุณแม่ (แม่จุ๊บ) ท่านกรุณามาก ๆ คุณแม่ให้เงินค่าแรงมาด้วย เราให้แม่ แต่แม่ไม่เอา ให้ป๋า ป๋าก็ไม่เอา ก็เลยเก็บไว้ทำทุน ตอนนี้เราสถาปนา (โห มันใช้คำเวอร์ซะ) ตัวเอง เป็นคน สำรวจคลังของบ้าน อะไรหมด เราจะไปซื้อเอง (จริง ๆ เราทำมาเรื่อย ๆ อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่เราโทรให้ป๋าซื้อ แต่มีเงินเข้าบ้างแล้ว เดี๋ยวเราซื้อเอง) เงินออมเราก็มีนะ เราไม่รู้ป๋ายังให้เงินเราป่าว แต่ว่าเราก็จะจัดการได้อ่ะ เพราะเดือนนึงเราแบ่งเงินเป็นสี่ส่วน เป็นอย่างน้อย คือ เรียกว่า ตอนนี้ต้องเป็นผู้ใหญ่ และดูแลเรื่องเงินให้มากขึ้นกว่าเดิม จะขอเงินป๋ากับแม่ เราคงไม่แล้ว (แต่เดิมก็ไม่ขอมานานแล้ว ขอแต่เป็นของใหญ่ ๆ เช่น อุปกรณ์สื่อสาร ก๊าก... ล่อทีเป็นหมื่น ตอนนี้ไม่เอาไรแล้ว) ต้องดูแลอะไรอะไรได้แล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องหยุดขี้แย (เกลียดตัวเองมาก ๆ ต้องหยุดร้องไห้เวลาโมโห หรือกลัว หรือผิดหวังให้ได้ เสียเวลาทำมาหากิน) วันก่อนก็ร้อง ร้องเพราะไรป่ะ เพราะแม่ชอบคอยกำกับให้เราพูดแบบนี้ ๆ เราแค้นใจมาก ว่า เรามันควายมากเลยเหรอ ทำไมต้องคอยกำกับเราด้วย มีอันนึงเราพูด อีกอันเราไม่พูดเพราะรับไม่ได้ ความคิดไม่ตรงกันแล้วก็ทะเลาะกันในรถทีนึง พอกลับบ้านมา โดนเอเตือนอะไรไม่รู้ เราก็ร้องไห้โฮเลย เพราะนึกถึงที่เราดันไปพูดตามที่แม่กำกับ และที่เอมาขัดใจ เตือนก็จริงแต่ขัดใจมาก
    ไม่รู้จะทำไง วันหลังต้องไม่ใส่ใจ ไม่ใส่ใจ อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด เราต้องเป็นตัวของตัวเอง กดดันมากเลยนะตอนนี้ แต่เรารู้ว่าเราต้องผ่านมันไป จริง ๆ ทุกคนต้องเจอภาวะเช่นนี้ในชีวิต เพียงแต่เราคิดว่าเขาไม่เป็น เขาไม่เจอ เพราะเขาไม่ได้มาเล่าให้ฟัง ก็เท่านั้นเอง (เขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรมาเล่าให้ใครฟัง แต่เรามาเล่า เพราะเราบอกแล้วว่าเราไม่ชอบเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ก็เท่านั้นเอง)
     
    ไม่มีอะไรมาก หลายสิ่งที่เกิดขึ้น คนอื่น ๆ เขาก็เจอมาหมดแล้ว ไม่ใช่ว่ามันเกิดขึ้นกับเราคนเดียวหรอก จริงไหม?
    เราเคยสงสัยเหมือนกันนะว่า ทำไมคนเราจะต้องสนใจแต่เรื่องดี ๆ เรื่องอวด ๆ
    แต่ทีพอผิดหวัง เศร้า นะปิดกันจัง (แล้วอีพวกไม่เกี่ยว ที่เสือกไปรู้เขา ก็เมาท์กันจัง มันไปหนักกบาลแกมากหรือไง ชีวิตแกประเสริฐมากหรือไง หรือเล่าความไม่ดีของคนอื่นเพื่อปิดปมเลวของตัวเองกันแน่ เรื่องคนอื่น ไม่ต้องไปยุ่งหรอก เอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเหอะ อีบ้า)
    เรื่องผิดหวัง เรื่องไม่สมหวัง เรื่องเศร้า มันก็คือส่วนหนึ่งของชีวิตคนทุกคน มันคือบทเรียนที่ทำให้คุณแกร่งขึ้น แล้วทำไมหลายคนถึงพยายามลบมันออกไปชีวิตล่ะ เราเชื่อว่าทุกคนที่เก่ง แกร่ง ล้วนพบความผิดหวัง ความเศร้ามาแล้วทั้งนั้น
    เราชอบบันทึกความผิดหวัง เศร้า เสียใจไว้ แต่อย่าใส่ใจกับรายละเอียดที่เราเล่า ควรใส่ใจว่าจะทำอย่างไร เมื่ออาจจะต้องเจอภาวะแบบนี้ แล้วจะได้ไปต่อได้ จะดีกว่า จริงไหม
    บริหารความคิด เผื่อสักวันอาจเจอ จะได้ไม่เป็นไรมากมาย เพราะเตรียมตัวมาแล้ว
     
     
    3. เรื่องความเชื่อส่วนบุคคล
    มีใครไม่เคยไปงานศพบ้างคะ???
     
    ฝนจะตกอีก รีบเล่าดีกว่า
    ถ้ามีคำหรือความตกหลน เราไม่สนนะคะ เรารีบ (ถ้ารีบ จะไปเลยก็ได้นะอีน้อง ไม่ต้องเขียนต่อแล้ว ไม่มีใครอ่านแล้ว -จากคนอ่าน)
     
    แม่เราเป็นคนที่ไม่ไปงานศพมานานแล้ว
    แม่บอกว่าชง (และชอบเข้าใจไปเองว่า เรา เอ ต้องชงไปกับแม่ด้วย ซึ่งเราขอบอกเลยว่า ไม่ เราไม่ชง เรายินดี ไม่ได้หมายถึงชอบไปนะเว้ย ใครจะบ้าอยากเห็นใครตาย แต่เป็นความเข้าใจไงว่า เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ ต้องประสบพบเจอทุกคน ไม่มีใครหนีพ้น) เราเพียงยินดีไปร่วม เพื่อเป็นการไว้อาลัยครั้งสุดท้ายให้กับผู้ตาย เราไม่เคยนึกกลัวผีจากการไปงานศพ เพราะว่าเราคิดว่าเราไปด้วยใจบริสุทธิ์ เราไม่ได้ทำอะไรเขา และที่เราไปคือคนที่รู้จักกัน หรือญาติมิตรของคนรู้จัก (ชีวิตนี้ไปงานศพมาแค่สามงาน คือ งานยายชวด เป็นทวดของเรา งานแม่สัน สันเป็นเพื่อนเรา แถมไม่ได้ฟังสวดด้วย รีบมาก และงานมาร์ช เพื่อนเรา อาจไปอีกหรือไง ถ้ามีคือขออภัย จำไม่ได้จริง ๆ ค่ะ) ก็ไม่มีอะไรนะ ไปกราบ ไปฟังสวด ไปไว้อาลัย (แต่โอเค เราจะไม่เคยเข้าห้องน้ำวัดเลย ตอนกลางคืน เรากลัวคน เราบอกตรง ๆ ว่าเรากลัวคนกว่ามาก) และไปงานก็มีเพื่อนไปไปไหนก็ตามกันไป
     
    ล่าสุด ตาเนียม (พี่ชายของอาม่า อาม่า=ยายเรา) เพิ่งเสียเมื่อวันเสาร์ เราไม่ได้ไปเพราะเรายังเป็นไข้ (คือมันคงเครียดห่าเหวมากเลย เราทั้งไข้ ทั้งไอ ทั้งคันคอ เหมือนอาการเจ็บป่วยมาทั้งตัว) ป๋ากับเอไป
    เพราะแม่เขาไม่ไปอยู่แล้ว
     
    ประกาศเลยนะคะ ว่า แม่เรา ไม่ไปงานศพนะคะ ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจ เข้าใจว่าไม่ให้เกียรตินะคะ เพราะว่าแม่เขาชงจริง ๆ เวลาจะไปจะมาที เขาต้องไหว้ ต้องใช้เครื่องราง ต้องใช้อะไรทาตัว เยอะมาก เห็นแล้วสงสารแม่เลย คนชง ใครก็ห้ามไม่ได้นะคะ ขอให้เลิกคิดมาชวนเลย แต่ทำบุญอ่ะ ร่วมทำอยู่แล้ว
    อย่ามาทำให้แม่เราคิดมากนะคะ เพราะต่อให้แม่เราลำบากใจแค่ไหน ท่านก็ไม่มีวันไปค่ะ ท่านกลัว ท่านบอกว่าท่านชง
    (ท่านบอกว่า ปีที่แล้วก่อนจะผ่าเนื้องอกในสมอง ท่านไปงานศพผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เราก็จำได้ ทั้งที่ไม่ได้ไปงานศพมานานมาก... คือผู้ใหญ่ท่านนั้นคงใหญ่มากเลย แม่เราจึงต้องไป แม่บอกว่า รู้สึกไม่ดีเลย แต่ก็ต้องไป น่าเห็นใจจริง ๆ คือ เรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจเลยนะคะว่า ถ้าใครเขาเป็นอะไร เขาไม่ทำ เขาไม่ไป แล้วไม่ได้ทำให้คุณเดือดร้อน เสียเงินเสียทอง เสียผลประโยชน์ ไม่ได้ผิดกฎหมาย ไม่ได้ขายชาติ เหมือนคนบางคน ไม่ได้ผิดจารีตประเพณี พิธีกรรมใดเลย เป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล ก็อย่าไปบังคับเขาค่ะ เพราะบางอย่าง วิทยาศาสตร์มันอธิบายไม่ได้ค่ะ)
     
    แต่เราไม่ชงนะ แล้วแต่คน
     
    นอกจากนี้ เรายังได้พบว่า อากง (ตาเรา) และซุง ก็เป็นคนที่ไม่ยอมไปงานศพเหมือนกัน เขากลัว
    และมีความเกี่ยวข้องที่ ฮามาก แม่กับซุง เกิดวันที่และเดือนเดียวกัน (หมายถึงวันเกิดจริง ๆ ไม่ใช่ที่แจ้งไว้ที่อำเภอ)
    ไม่รู้นะว่า เกี่ยวไหม จะแปลกดี สองคนนี้กลัวการไปงานศพมาก ๆ เลย
     
    4. เมื่อวาน แมวเรา น้องมานิชเช่ตายแล้ว (มานิชเช่ หรือ น้องเช่ รุ่นเดียวกับมาเด้งเด้ง กับมาธันเดอร์ เป็นคนละตัวกับนิชเช่ หรืออาปาเช่เกิลนะ อีนังนี่ไปอยู่ปากซอยแล้ว หนีตามผู้ชาย(แมวตัวผู้) ไป ก๊าก...) โดนหมาข้างบ้านกัดตาย นอนตายหน้าบ้านเลย ตอนตีห้า
    เพราะแม่เราได้ยินเสียง อยากออกไปช่วย แต่เราง่วง เราไม่ออก บอกแม่ว่าไม่ต้องออก เพราะเราคิดว่ามันยังมืด และถ้ามันจะตาย ถึงออกไปก็ช่วยไม่ได้ (คิดแบบนี้จริง ๆ เพราะเรารู้ว่า แมวมีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดสูงกว่าเราเยอะ) แต่ก็นะ ถึงคราวตาย ยังไงก็หนีไม่พ้น น้องมานิชเช่ก็ไปซะแล้ว รูปน้องเช่ที่หาได้ตอนนี้
     
    เกิดแก่เจ็บตาย เป็นเรื่องธรรมดา ก็รู้นะว่า พอแมวตาย เราไม่ร้องไห้ แมวด้วยกันมันก็ไม่ร้องไห้ แต่พอคนตาย โดยเฉพาะคนที่รัก คนที่บูชา มันก็เป็นเรื่องเศร้า ไม่อยากร้อง ก็ต้องร้อง แต่อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำใจให้ได้ ที่ตายก็ตายไป ที่อยู่ก็ต้องอยู่กันต่อไป ต้องทำใจให้ได้
     
    วันนี้เราก็เดินสวนกับหมา ที่เป็นฆาตกรฆ่าแมวเรานะ แต่ก็เท่านั้นแหละ ที่ตายก็ตายไป ที่อยู่ก็ต้องอยู่กันต่อไป
     
    5. เออ ขอจดไรส่งเดชที่รู้มา
    อาจจะแล้วแต่นะ แต่เราจะบันทึกไว้อ่ะ
    - ใบรับรองวุฒิ หมายถึงแค่ทรานสคริปต์เท่านั้น เพื่งรู้ ซีรอกไปซะเยอะเลย
    - เมื่อสมัครงาน ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ด้วย จากคลินิกก็ได้ ที่เราไปมา เขาเขียนบอกไว้เลย ใบละ 30 บาท เขาใช้รูป 1 นิ้วอ่ะ 3 รูป อย่างอื่นอย่าละ 2 ฉบับหมด ทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เราเอาใบประกอบทั้งใบทั้งบัตร และอย่างที่บอกใบรับรองปริญญา ปริญญา ทราสคริปต์ เยอะแย่ไปหมด ก็ให้ไปหมด แต่เจอมาว่า จริง ๆ แค่ทรานสคริปต์ก็จบแล้ว (ก็นะ คนมันไม่รู้)
    - ต่อไปจะไปหารายละเอียดเรื่อง ภาษี (ที่ไม่รู้ แต่ต้องรู้ พูดตรง ๆ ว่ากลัวมาก กลัวทำบ้าอะไรก็ไม่รู้)
    - และรายละเอียดหนังสือเรียนที่สอน
     
    ตอนนี้เราอยู่ในช่วงปรับบุคลิกภาพ เราบอกตรง ๆ ว่าสมัยเด็กว่านี้ เรายโส และแก่แดดกว่านี้ มาเปลี่ยนเป็นพวกแอ๊บแบ๊ว เพราะโดนด่าแหละ เพื่อนเออ่ะ เคยด่า หาว่าเราเป็นเด็กที่ไร้มารยาท ไม่มีสัมมคารวะที่สุดเท่าที่เจอมา ผู้ใหญ่หลายท่านก็ว่าเรามือแข็ง หลังแข็ง ไม่รู้จักนอบน้อม ก็นะ เราอ่ะหาความพอดีไม่ได้ เลยแบ๊วไปเลย สงสัยต้องปรับอีกมาก แต่ก็โอเค ขอให้รู้เถอะ ถ้าเราชั่งแล้วพบว่า เราไม่ได้เรื่องจริง ๆ เราจะทำให้มันดีขึ้น เราชอบอยู่แล้ว อะไรที่ดี ๆ นะ
     
    สู้ ๆ ชีวิตจะเจออะไรอีก ไม่มีใครรู้ มันเปลี่ยนไปทุกวัน แต่สิ่งที่เราควบคุมได้ แล้วเป็นสิ่งที่ดีงาม เราจะไม่เปลี่ยน ดีอยู่แล้ว จะเปลี่ยนทำไม จริงไหม
    แล้วเจอกัน เมื่อไร ก็เมื่อนั้น ขอไปอ่านหนังสือก่อน
    เออ ปล. เมื่อเช้าเราไปตักบาตรกับแม่ เจอน้องในซอย อยู่ ป.3 หรือ 4 หรือไม่รู้ ไม่แน่ใจ ชื่อน้องฟิว (ผู้ชาย) ออกมาตักบาตรคนเดียว น่ารักมาก (เด็ก ๆ เอก็เป็นงั้นแหละ ออกไปตักบาตรคนเดียว ตั้งแต่ประถมแล้ว เราไม่เค๊ยไม่เคย) ไอ้น้องฟิว ที่ชอบแกล้งแมวเรา ดูน่ารัก น่าประทับใจมาก เห็นแล้วมีความสุขว่ะ พ่อแม่เขาคงสอนดี ไปและโชคดีค่ะ
    ฟังแล้วขอบอกว่า ปวดขี้มาก (ปวดจริง ๆ ) เห็นใจพนักงานนะ และรำคาญไอ้คนโทรมาด้วย แต่ก็เห็นใจ และรำคาญแม่งสองฝ่ายเลย
     
    - รำคาญคนโทรแค่ มันหยาบคายค่ะ ต่ำมาก โมโหก็วางไป จะไปอะไรนักหนากับพนักงานคนนึง (ขาทำงาน น่าสงสารจะตาย) เราว่าจริง ๆ อีตาบ้าคนนี้แกแค่อยากโทรมาด่าระบบมากกว่าว่า ทำไมถึงต้องรอถึง 2 วัน ถึงจะใช้บัตรได้ แค่นั้นเองจริง ๆ
    - รำคาญพนักงาน 1) รำคาญเสียงแผ่ว ๆ กระเซ้า ๆ รำคาญมาก 2) รำคาญที่ถามตลอดว่า "ว่ามีอะไรจะถามอีกไหมคะ" อะไรแนว ๆ นี้ ซึ่งเราบอกตรง ๆ ที่ตาคนโทรพูดว่า แล้วคุณคิดว่าผมควรจะรู้อะไรล่ะ นั่นอ่ะตรงใจมาก
     
    เราไม่ชอบโทรศัพท์หาคอลเซนเตอร์ เพราะอย่างนี้แหละ ไม่รู้ว่า "ฉันควรจะถามอะไรคุณล่ะ"
     
    ขอให้ทุกหน่วยงาน กรุณามี หน้า faq คำถามที่พบบ่อย ไว้ในเว็บไซต์ของหน่วยงาน และ มีการ search ได้ กรณีที่คำถามเยอะกว่าหนึ่งหน้าเอสี่ เพราะว่ามันจะดีมาก ๆ ไม่ต้องมาถาม มาตอบกันหลายสิบรอบให้ต้องรำคาญ
     
    มีอะไร บอกเล่ากันได้ ก็บอกกันไป เพราะบางทีก็ไม่รู้จริง ๆ ว่า เราควรจะถาม หรือควรจะต้องรู้อะไร เชื่อว่าเคยเป็นกันทุกคนแหละ หรือไม่จริง?!
     

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
    Pranitee Ratanawiji​tr has turned off comments on this page.

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!4228.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None