<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><?xml-stylesheet type='text/xsl' href='http://pranitee.spaces.live.com/mmm2008-07-24_12.50/rsspretty.aspx?rssquery=en-US;http%3a%2f%2fpranitee.spaces.live.com%2ffeed.rss' version='1.0'?><rss version="2.0" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" xmlns:msn="http://schemas.microsoft.com/msn/spaces/2005/rss" xmlns:live="http://schemas.microsoft.com/live/spaces/2006/rss" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:cf="http://www.microsoft.com/schemas/rss/core/2005" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"><channel><title>Pranitee's space : บอก บ่น ใบ้ บ้า บรื๋ย...</title><description>ทุกสิ่งที่ปรากฏที่นี่ไม่ใช่นิสัยหรือตัวตนของเราทั้งหมด : แค่สิ่งที่เราอยากบอก แล้วบางเรื่องบอกเขาต่อหน้าไม่ได้เพราะอาจสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจหรือเสียใจ | เราชอบให้อ่านแล้วคิดได้ เพราะเราก็รักการอ่านแล้วคิดได้เช่นกัน นอกจากนี้คนที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับรู้ด้วย</description><link>http://pranitee.spaces.live.com/</link><language>en-US</language><pubDate>Tue, 02 Sep 2008 18:59:22 GMT</pubDate><lastBuildDate>Tue, 02 Sep 2008 18:59:22 GMT</lastBuildDate><generator>Microsoft Spaces v1.1</generator><docs>http://www.rssboard.org/rss-specification</docs><ttl>60</ttl><live:identity><live:id>-6095861080911391856</live:id><live:alias>pranitee</live:alias></live:identity><image><title>Pranitee's space : บอก บ่น ใบ้ บ้า บรื๋ย...</title><url>http://byfiles.storage.live.com/y1pWd0Cw03pmqc-28v9NcMAdEu4_E4GvaMWfC-AzuQ_RSvpZCkJ8Ncs_oqgUH118ZW4e5nm3508uxI</url><link>http://pranitee.spaces.live.com/</link></image><cf:listinfo><cf:group ns="http://schemas.microsoft.com/live/spaces/2006/rss" element="typelabel" label="Type" /><cf:group ns="http://schemas.microsoft.com/live/spaces/2006/rss" element="tag" label="Tag" /><cf:group element="category" label="Category" /><cf:sort element="pubDate" label="Date" data-type="date" default="true" /><cf:sort element="title" label="Title" data-type="string" /><cf:sort ns="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/" element="comments" label="Comments" data-type="number" /></cf:listinfo><item><title>ฟันคุด หมดแล้ว ถ้าคุดอีก ก็ไม่ทำแล้ว จะแย่แล้ว</title><link>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2150.entry</link><description>&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ฟันคุดครั้งก่อน &lt;a href="http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!945.entry"&gt;http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!945.entry&lt;/a&gt; &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;นั่นด้านซ้าย&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ฝึก&lt;/font&gt;&lt;font size=3&gt;อ่านข่าวไม่ได้ไปอาทิตย์นึง&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ฟันคุดครั้งนี้ &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ขอเท้าความก่อน ว่าจริง ๆ หมอเคยชวนให้ถอนซีกขวาออกด้วย ตั้งแต่ถอนซีกซ้ายแล้ว แต่เราก็อิดออด (เพราะว่าเอาออกที ขนหน้าแข้งแม่ก็ร่วงที ร่วงเยอะด้วย) แต่เพราะว่าอาทิตย์ก่อน เรากระแดะไปเคี้ยว เจลลี่เบลลี่ (ที่ซื้อแชมมี่มา) กร๊วม ๆ แล้วต่อด้วย เลย์ปลาหมึก อีกทั้งถุง และก็สาหร่ายปรุงรสเถ้าแก่น้อยอีกทั้งถุง มันไปผสมกันอีท่าไหนไม่รู้ เราปวดเหงือกมากเลย พอส่องกระจกชโงกดูเงา เอ๊ย ดูฟันซี่ในสุด ข้างขวา พบว่า เหงือกมันบวมเป่ง ก็ทายาแก้เหงือกบวม มันก็ไม่ดีขึ้นนัก เลยรอถึงวันนี้ ก็ไปบอกหมอเลยว่า ถอนเลยค่ะหมอ (ดูสิ คนอะไร เดินไปเสียตังค์เอง) แบบว่ามันเซ็งอ่ะ ปวดเหงือก ทำให้พูดไม่ได้ อึดอัด (ธรรมดาพูดวันละสิบล้านคำ อีเวอร์ ล้อเล่นค่ะ จริง ๆ เราเป็นคนพูดน้อยนะ ก็บอกแล้วว่าปากดีในโลกไซเบอร์ ตัวจริงโง่ ๆ เซ่อ ๆ ค่ะ - Profile ที่ mysky.exteen) &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เอาว่าถอนเถอะ เราจะได้กินอะไรอร่อยสักที ทนมาอาทิตย์นึงแล้ว&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;พอไปถอน (ขอบอกนิดว่า วันนี้ เราสุขภาพดีอยู่นะคะ จะมีก็แค่นอนตีสี่เพราะลืมนอน มัวแต่ดูรูปคนในไฮไฟว์ ซึ่งบ้าที่สุดดูจนลืมเวลา มีคนเคยกล่าวว่า &amp;quot;โทรทัศน์คือหลุมดำของกาลเวลา แต่เราค้นพบว่า ไฮไฟว์ต่างหากที่คือหลุมดำของกาลเวลาตัวจริง ไม่เชื่อไปถามคนที่มีไฮไฟว์ได้เลย ถ้าเขามีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง เขาจะไม่สามารถละตัวเองออกมาได้เลย แต่ส่วนเรานี่ ถ้าลองเจอภาพตลก ๆ ฮา ๆ นะ เราจะตามดูไปเรื่อย ๆ เซ็งเลย วันหลังไม่ทำแล้ว แต่ก็เล่นเน็ตเช้าแล้วแหละ ทำไปทำมาเลยตีสี่&amp;quot;) ตอนอยู่ร้านหมอเราค้นพบอะไรดังนี้&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๑. อย่าใส่แว่นไปทำฟัน เพราะว่าต้องถอด ต้องถือไว้ในมือ มันแกะกะไปหมด&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๒. ถ้าขากรรไกรจะค้างให้รีบบอกหมอ เพราะมันปวดมาก พอดีเราเป็นคนปากเล็กนะ (ถือแม้จะมีหมาอยู่เยอะก็ตาม) หมอบอกว่าอ้าปากกว่านี้ เครื่องมือหมอเข้าไม่ได้ เราอ้าจนจะตายแล้ว จนผู้ช่วยหมอ ต้องมาดึงคางกับหน้าเรา ช่วยแยกปากเราให้มันกว้าง ซึ่งขอบอกว่า &amp;quot;ความรู้สึกตอนใกล้ตายน่ะ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง มันน่ากลัวมาก&amp;quot; หมอบอกว่า ปวดมือเลย มือหมอแทบหัก หมอคงหยิบคีมทุกอันที่มีในร้านมาถอนฟันเรา (หลายสิบอัน เราอ้าปากนานเกือบชั่วโมง) และเครื่องมือทุกอันคงมีมูลค่า เพราะว่า วันนี้แม่จ่าย ห้าพันแปดร้อยบาท (ครึ่งหมื่นอ่ะคุณ) สักห้าร้อยคงเป็นค่าโวทาเรลอีมัลเจลทามือคุณหมอก๊าก ๆ ทำไงได้อ่ะ ฟันคุดซี่บนมันรักเรามาก ไม่อยากจากเราไป มันเลยติดเหนียวแน่นขนาดนั้น (บ้าที่สุด) แต่ซี่ล่างนี่ กึ๊กเดียว หลุดเลย &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๓. ๑ อาทิตย์ตัดไหม เสาร์หน้าเราต้องออกจากบ้านอีกเหรอเนี่ย แต่ก็ดี จะได้ไปหาไรอร่อย ๆ กิน อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์เราคงผอมแห้ง เพราะเราปากระบม จนไม่กล้าถ่ายรูปมาฝาก &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๔. รูปฟัน เราจะเอามาให้ดูวันหลังนะ ขี้เกียจถ่าย ก็อีซี่บน มันกระแดะมีสี่ราก แล้วตอนแอกซ์เรย์ มันเรียงตัวสวยงามมากจนหมอดูไม่ออกอ่ะ เขาถึงไม่รู้ว่าต้องดึงด้วยเครื่องมือไหน รู้ไหม ลิ้นเราแตกและคาดว่าหลอดอาหารตอนต้นคงอักเสบมาก เพราะเรากลืนน้ำลายแล้วปวดมาก (กลืนน้ำลายแล้วปวดนี่จบกันเลย) &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๕. เราต้องใช้หลอดดูดข้าวต้มหมูใส่เต้าหูไข่ เอาหลอดจิ้มเต้าหู้ไข่เหมือนดูดเจเล่ไลท์เลย ขอขอบคุณคนคิดไอเดียวิธีการกินเจเล่ไลท์ ไม่งั้นเราคงกินไรไม่ได้ เราอ้าปากไม่ได้&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๖. เออ ถ้าคุณผ่าฟันคุดแล้วหมอย้ำให้กินยา ขอบอกว่า นั่นคือสัญญาณอันตรายจริง ๆ เพราะคราวก่อนหมอไม่ย้ำ และไม่ปวดเท่านี้ ในช่วงสองชั่วโมงที่ยาชายังทำงาน เราไม่รู้ตัวเลยค่ะว่ามันจะปวดขนาดนี้ (ช่วงนั้นเรายังไปเดินชอปอุปกรณ์ทำงานกราฟฟิกอยู่ที่บีทูเอสที่เซนทรัลบางนาได้สบาย ๆ เลย) แต่พอเลยสองชั่วโมง เชื่อไหม มันปวด ปวดมาก ปวดจนเราร้องไห้ (เริ่มปวดตั้งแต่ในแท็กซี่ - ทำให้เราอดไปเดินตลาดนัดในหมู่ล้านกับแม่เลย อยากไปตลาดนัดอ่ะ พรุ่งนี้ค่อยไปแล้วกัน ไม่ได้ไปมาหลายอาทิตย์แล้ว ขี้เกียจเดิน) และที่บอกตอนแรกว่าเราปกติดี เพราะจะบอกว่า มันปวดมาก ปวดจนไข้ขึ้น พอดีเราเป็นสัตว์เลือดเย็นอ่ะนะคะ ถ้าอยู่ในที่เย็น ๆ เช่น รถแท็กซี่แอร์เย็น ๆ อุณหภูมิเราก็จะเย็นตามนั้น (เป็นคนมือเท้าเย็น เลือดน้อย มันไม่หาย ออกกำลังก็ยังไม่หาย เลยชอบกินเลือดหมู เลือดจะได้เยอะ ๆ ก๊าก...) พอมันอักเสบที่ปาก มันก็จี๊ดขึ้นหัวเลยค่ะ หัวนี้ลุกเป็นไฟเลย แต่ตัวเย็น สรุป เราคลั่งค่ะ แล้วก็ปวดหูขวามาก ตอนกินยานี่ทรมานมาก เพราะปกติเรากลืนยาไม่ได้ค่ะ เราต้องอมจนมันละลาย (ฝึกแล้ว แต่ไม่ได้ แม้แต่โรมิล่า=ยาแก้ไขเม็ดสีเหลือง) เคยกลืนได้แต่นั่นคือความบังเอิญก๊าก (พอดีเด็ก ๆ เราไม่ค่อยป่วยแบบต้องกินยาเม็ดอ่ะค่ะ มากินยาเอาตอนแก่แล้ว เลยกลัวยาติดคอตาย) แต่วันนี้อมก็ไม่ไหวค่ะ ยาหมอะลายยากมากเลย มันเคลือบหนา จะใช้ฟันอีกข้างกัดให้แตก ก็ดันปวดลามไปทั้งปาก + กัดไม่ลงด้วย เพราะติดผ้ากอซของข้างขวา ฟันมันขบลงมาได้ไม่สุดอ่ะค่ะ จะเอาผ้ากอซออก ก็ดันเพิ่งเอาออกตะกี้ก่อนกินยา ซึ่งจะเอาออกบ่อย ๆ ก็ไม่ไหวค่ะ มันปวดมาก ตอนผ้าแยกออกจากแผลเนี่ย เหนือคำบรรยาย สุดท้าย เราเอายาละลายน้ำ เอาหลอดดูเลยค่ะ - อีนี่ อนาถาจริง ๆ เออ ฟันหน้าเราไม่ใช้กัดของแข็งนะคะ เพราะว่าขี้เกียจไปซ่อมอีก ครั้งก่อนกัดก้ามปู ซ่อมไปตั้งสามซี่ ซึ่ละแปดร้อย ยังจำได้ไม่ลืมเลยค่ะ) ไม่ใช่เรื่องตลกค่ะ เรื่องจริง ใครจะว่าเราบ้า หรือโอเวอร์ก็ว่าตามสบายนะคะ เพราะเราคิดว่าถ้ามันลำบากนักก็ไม่ต้องพยายามหรอกค่ะ (ทั้งที่รู้ว่า ยาบางอย่างเนี่ย ถ้ารอให้ละลายในปากมันอาจจะเป็นอันตรายกับอวัยวะต่าง ๆ ระหว่างทางเดินอาหารได้)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๗. หลังจากเราดื่มยาดื่มข้าวแล้ว (ไม่อิ่ม แต่กินไม่ไหว) เราก็นอนสลบไปสี่ชั่วโมง จนตะกี้สี่ทุ่มเพิ่งตื่นมาอาบน้ำ และเห็นป๋าเล่นเน็ตอยู่แล้วกำลังจะเลิกเล่น เราเลยขอมาเช็คเมลหน่อย เพราะคาดว่าต้องมีผู้ชายหล่อ ๆ ส่งเพลงมาให้ฟัง แล้วก็มีจริง ๆ ด้วย หุ ๆ ชอบ ๆ เพลงเท่มาก เมื่อวานลองไปหาฟังในยูตูบแล้ว แต่ได้ไฟล์มาก็ดี จะได้เอาใส่มือถือ เอาไว้เปิดตอนเต้นแอโรบิกหน้าบ้าน &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๘. สุดท้ายก็เลยมาบ่นให้ฟังดีกว่า กลัวหลายวันแล้วจะลืมเรื่องฟันคุดสุดทรมาน&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;๙. คำเตือน การผ่าฟันคุด ไม่ใช่เรื่องตลก เพราะนอกจะเสียฟัน เสียเงิน เสียเวลาอ้าปาก ขวัญเสียกลัวเครื่องมือหมอทำฟันซี่อื่นหัก แล้วยังโคตรทรมาน ใครบ้าไปถอนทีสี่ซีก ถ้าไม่โอดโอยก็ไม่น่าจะใช่คนแล้วค่ะ ครั้งก่อนว่าปวดแล้ว ครั้งนี้ปวดกว่ามาก ๆ ทำให้เรานึกไปถึงคนที่ถูกทำร้ายร่างกายเช่น โดนต่อย โดนตบฟันหลุด ปากเบี้ยว ปากบวมนี่ มันคงทรมานมากเลยนะคะ ดังนั้นอย่าทำร้ายกันเลยค่ะ เพราะขนาดเราโดนถอนฟัน แต่สภาพจิตใจยังดีอยู่ เพราะเดินไปให้หมอถอนให้เอง เรายังทรมานขนาดนี้เลยค่ะ ถ้าโดนทำร้ายร่างกายเนี่ย เท่ากับเขาโดนสองเด้ง เพราะว่า ไม่มีใครหรอกใช่ไหมคะ ที่จะอยากถูกทำร้าย เขาต้องทั้งเจ็บใจและเจ็บกาย โอ้ย แค่คิดก็เจ็บมากแล้วค่ะ ขนาดไม่เคยโดนใครทำร้ายร่างกายนะ (อย่ามีแหละดีแล้ว อย่ามาจองเวรจองกรรมกับตูเลย พูดดี ๆ ตูก็กลัวจะตายแล้ว - ดูเอนทรี่เมื่อวานสิคะ แค่เพื่อนเราตามเรา ไม่ได้ทำไรเราเลย เรายังกลัวจนหลอน) อย่ามาตบเราค่ะ แม้เราจะปากหมามาก แค่คุณพูดกับเราตรง ๆ ว่า อีนังแอม เลิกปากหมาเสียที ไม่งั้นมึงตาย เราก็จะเลิกปากหมาค่ะ เพราะถ้าคุณฆ่าเราตาย คุณจะเป็นบาป เราไม่อยากให้คุณบาป ถ้าคุณฆ่าเราตาย เราจะไม่มีชีวิตอยู่ตอบแทนพระคุณพ่อแม่พี่เรา คุณก็จะบาปอีก เพราะถือว่ามาขัดบุญเรา เห็นไหมคะมีแต่บาปกับบาป ที่พูดถึงเรื่องบาป เพราะว่าเราตื่นมา (หลังจากสลบไปเพราะปวดฟัน) เราทันได้ยิน เสียงในละคร เรื่องไรวะ? ที่มีนายสัน สิงขร อ่ะค่ะ ย่าของสัน สิงขร บอกสันว่า ถึงเขาจะเป็นยังไง ก็อย่าไปว่าเขา เพราะยังไงเขาก็เป็นแม่ของสัน อะไรทำนองนี้ จริง ๆ เราเคยได้ยินแบบนี้บ่อยนะคะ แต่เราอยากบอกว่า ณ บางเวลา ละครก็ช่วยให้เราหยุด และคิดอะไร บางอย่าง เราชอบบ่นแม่อ่ะค่ะ วันหลังเราไม่บ่นแล้วดีกว่า เพราะบ่นไปเราก็บาป แม่ก็เสียใจ แม่เสียใจ เราก็บาป โว้ว มีแต่บาปกับบาป ก็ไม่ต้องคิดไรมาก เดี๋ยวก็ลืมแล้ว เพราะเราบ่นแม่ พอไม่กี่วิ เราก็ลืมอยู่ดี จะบ่นทำไม ที่ผ่านมา ถือว่าไม่ไร้ประโยชน์นะคะ อย่างน้อย เราก็ได้แสดงให้คุณเห็นว่า แม่ทุกคนต้องบ่นค่ะ เมียทุกคนก็ต้องบ่นค่ะ เพราะว่าบางที ความรักที่มีมาก ๆ ก็ทำให้เกิดความคาดหวัง และบางทีคุณที่รำคาญคนบ่นน่ะ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาบ่นค่ะ ทุกอย่างมีเหตุ มีผล ทุกอย่างมีสองด้าน มีขาว มีดำ ในคนทุกคน มีดี มีเลว ถ้าเข้าใจและยอมรับ โลกของเราจะไม่มีความวุ่นวายเหมือนทุกวันนี้หรอกค่ะ&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ลองพยายามมีน้ำใจให้เพื่อนมนุษย์กันมาก ๆ นะคะ แล้วโลกจะน่าอยู่มากขึ้น&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ไปและ ได้เวลากินยาแก้ปวดแล้ว&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;strong&gt;ปล.ลืม ๆ&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;strong&gt;เรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยา ที่ว่า คนอื่น สามารถส่งผลให้อีกคน แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์บางอย่างออกมาน่ะ &lt;/strong&gt;&lt;a href="http://iampranitee.wordpress.com/2008/08/21/book1/" target="_blank"&gt;&lt;strong&gt;ลองอ่านนี่ดูนะคะ &lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt;บล็อกใหม่เราเอง ก๊าก... อยากโปรโมต และมันเป็นหนังสือที่บอกถึงเรื่องนี้ได้ชัดเจนและอ่านง่าย เราจึงอยากแนะนำ &lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;strong&gt;กับอีกอย่างนึงคือ ชีวิตนี้เราเลิกกินน้ำอัดลมทุกชนิดได้แล้ว (ยังต้องกินเวลาเข้าสังคม แต่ถ้าเลี่ยงได้ จะไม่กินเลย เพราะเรากินน้ำอัดลมแล้วจะปวดท้องมาก เหมือนท้องจะขาดเป็นเสี่ยง ๆ) เราจึงคิดที่จะเลิกกินขนมห่อ ๆ ค่ะ เลิกแน่ ๆ แล้วไปฝึกทำขนมไทย (แบบไม่หวาน) กินดีกว่า อยากลองทำดู มีไรบ้างว้า ขนมข้าวเกรียบปากหม้อแล้วกัน พูดแล้วอยากกิน ฮือ อดไปอีกหนึ่งอาทิตย์ ฉันจะต้องผอมตายแน่ ๆ ฮือ...&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;font size=3&gt;ถ้ามีสะกดผิด โปรดอภัย ไม่เจตนา แต่รีบไปกินยาและจะนอนแล้ว&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://c.services.spaces.live.com/CollectionWebService/c.gif?cid=-6095861080911391856&amp;page=RSS%3a+%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94+%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7+%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81+%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7+%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7&amp;referrer=" width="1px" height="1px" border="0" alt=""&gt;&lt;img style="position:absolute" alt="" width="0px" height="0px" src="http://c.live.com/c.gif?NC=31263&amp;amp;NA=1149&amp;amp;PI=73329&amp;amp;RF=&amp;amp;DI=3919&amp;amp;PS=85545&amp;amp;TP=pranitee.spaces.live.com&amp;amp;GT1=pranitee"&gt;</description><comments>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2150.entry#comment</comments><guid isPermaLink="true">http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2150.entry</guid><pubDate>Sat, 23 Aug 2008 16:44:29 GMT</pubDate><slash:comments>0</slash:comments><msn:type>blogentry</msn:type><live:type>blogentry</live:type><live:typelabel>Blog entry</live:typelabel><wfw:commentRss>http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!2150/comments/feed.rss</wfw:commentRss><wfw:comment>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2150.entry#comment</wfw:comment><dcterms:modified>2008-08-23T17:03:51Z</dcterms:modified></item><item><title>สิ่งที่เห็น มันอาจไม่เป็นอย่างนั้น - นึกไม่ออกว่าควรชื่ออะไร อาจเขียนไม่จบ ฝนตกหนัก</title><link>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2149.entry</link><description> &lt;font size=3&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma"&gt;เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากเขียนมากนานมาก ๆ นานโคตร ๆ นานจริง ๆ แต่เพราะว่า ตัวอย่างที่อยากยกมีที่เป็นคนอื่น (ไม่ใช่เรา) เราจึงไม่กล้าเขียน แต่มาวันนี้คิดว่าเขียนดีกว่า เพราะว่า เราอยากให้คุณ ๆ ได้ทราบว่า &amp;quot;สิ่งที่มองเห็น บางทีมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ว่ามันมีเหตุผลแหละ ว่าทำไมถึงต้องทำให้ใครเข้าใจ ว่ามันเป็นอย่างนั้น มันเพื่ออะไรกันล่ะ เหอะ ๆ งงกันแล้วล่ะสิ&amp;quot; &lt;br&gt;&lt;br&gt;อ่านเถอะ&lt;br&gt;&lt;br&gt;เมื่อวานซืน ขณะที่เรากับเอซังเดินออกจากตึก 19 ที่ มศว (มศว ไม่มีจุด ไอ้อีนิสิตมศวคนไหน ใส่จุดนี่ มันน่าจับมาตบกระโหลกสักทีสองทีเลยนะ โทษฐานที่ไม่เคยใส่ใจรายละเอียดของสถาบันเลย - ลองคิดสิ ถ้าใครเรียกชื่อคุณผิด คุณจะโกรธไหม นี่น่ะชื่อ ม แม้ไม่ใช่ชื่อคุณ แต่เป็นชื่อเฉพาะ ควรใส่ใจด้วย ไม่ว่า ม ใดก็ตาม ถ้าเราต้องเขียนถึง ม อื่น เราก็จะระวังเสมอไม่ให้เกิดการสะกดผิดเหมือนกัน เราต้องให้เกียรติทุกที่ เข้าใจไหม!)&lt;br&gt;&lt;br&gt;แค่วรรคแรกก็ตีกับคนซะแล้ว จะเล่าจบไหมเนี่ย &lt;br&gt;&lt;br&gt;ขณะที่เราเดินออกจากตึก มีผู้ชายคนนึง ซึ่งมันเป็นรุ่นน้อง ป.ตรี ของเอซัง มันเดินมาตัดหน้า แล้วเอซังก็ทักทายว่า &amp;quot;เป็นไง หรือ ดีจะ อะไรทำนองนี้&amp;quot;&lt;br&gt;เราก็แหกปากแว๊ด ๆ ใส่เอซังไปว่า &amp;quot;ไปทักมันทำไม&amp;quot; (ทักขณะเดินผ่าน ไม่ได้ถึงกับด่าใส่หน้า แต่เจตนาเราคือต้องการด่าให้มันได้ยิน)&lt;br&gt;ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันตกใจ&lt;br&gt;&lt;br&gt;คุณผู้อ่านคงคิดแล้วสินะ ว่า แหม อีนังแอมมันคิดว่าตัวเองมาจากสวรรค์หรือไง เที่ยวพิพากษาชาวบ้านไปทั่ว&lt;br&gt;ไม่ใช่หรอกค่ะ เรารู้ตัว ว่าเรามาจากดินเนี่ยแหละค่ะ และไม่ได้พิพากษามันด้วย เราแค่ต้องการจะทำให้ไอ้คนนั้นมันตื่นสักที หลังจากที่มันฝันอะไรของมันคนเดียว-มานานมากแล้ว &lt;br&gt;&lt;br&gt;เรื่องมันมีอยู่ว่า&lt;br&gt;ผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นน้องของเอซัง ที่ดูท่าว่าจะชอบเอซัง แต่ความชอบของมัน ออกจะแปลกประหลาด โดยแรก ๆ เราก็เห็นว่า เออ คงไม่ได้อะไรนัก เนื่องจากรุ่นน้องเอซัง ก็คือรุ่นเดียวกันกับเรา มันก็เพื่อนเรา แต่หลังจากที่จบ ป.ตรี เราพบว่ามันเป็นลางหลอกหลอนอะไรบางอย่าง ซึ่งจริง ๆ เอก็คงรู้มานานแล้ว แต่เอไม่ได้บอกเรา จนเราสังเกตเองได้ และภายหลังเอถึงเล่า ว่า ไอ้บ้าเนี่ย มันชอบเดินตาม หรือบางทีก็เดินมาดักรอ แล้วพอเอเดินไปถึง มันก็จะออกมาจากมุมตึก แล้วเดินคุยไปตลอดทางไปตึก อะไรทำนองนี้ ซึ่งฟังดูอาจโรแมนติก (ชิบหาย) แต่ในความจริงแล้ว มันไม่โรแมนติกโว้ย มันหลอน เนื่องจากถ้าเป็นนาน ๆ ทีก็ไม่เท่าไร แต่ไอ้บ้านี่มันแสดงพฤติกรรมนี้ทุกวัน เราเคยเห็นจนต้องถามเอเลยว่า &amp;quot;เฮ้ย ไอ้นี่มันไม่มีบ้านไม่มีช่องเหรอไง หรือมันหลงทาง ตะกี้ก็เพิ่งเห็น แล้วมันจะเดินไปเดินมาทำไมของมันนักหนา&amp;quot; และภายหลังรู้ถึงพฤติกรรมของมันไง วันนึงขณะเดินออกจากโรงอาหาร เราก็เลยสังเกต และก็เห็นจริง ๆ ว่า มันมาด้อม ๆ มอง ๆ ที่มุมตึก พอเห็นเอกับเราเดินมา มันก็วิ่งไปหลังเสา ธรรมดาเอจะแยกกับเราแล้วเดินไปทางนั้น แต่เนื่องจากเราเห็นมันทำลับ ๆ ล่อ ๆ แล้ว เราจึงบอกเอว่า เฮ้ยเอ อย่าไป ไปอีกทางดีกว่า เชื่อไหมคุณผู้ชมขา ไอ้บ้านี่วิ่งมาเลยค่ะ วิ่งมาแบบไม่ได้มาทักนะ มาหลบ ๆ ตามเสา คือ เราเห็นแล้ว อดไม่ได้เลยค่ะ เรานะแหกปากด่ามันเลยว่า &amp;quot;เฮ้ย คนเรามันก็บ้าเนอะ หน้าด้าน เิดินตามอยู่ได้ หลอนชิบหายเลยว่ะ&amp;quot; ด่าไปลอย ๆ ตอนประมาณ 8 โมงนิด ๆ บริเวณหน้าหอสมุด โดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน เพราะว่าเราหลอน (แทนเอซัง) จริง ๆ การด่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีค่ะ เราอาจถูกฆ่าได้เพราะปากหมา ๆ แต่ว่า ณ ตอนนั้นเราโง่ค่ะ เราคิดอะไรไม่ออก เลยด่าไปก่อน กลัวลืม ?! &lt;br&gt;&lt;br&gt;มันไม่เดินตามเลยค่ะ &lt;br&gt;&lt;br&gt;หลังจากนั้น มันก็เป็นของมันอย่างนี้ เพียงแต่เราก็ไม่ค่อยเห็นอ่ะค่ะ (ก็มันตามเอ ไม่ได้ตามเรานี่ฟะ)&lt;br&gt;&lt;br&gt;พอเอปรึกษาอีก เราแนะนำให้เอทำมุขนี้&lt;br&gt;&amp;quot;มุข เดินถือโทรศัพท์ แล้วแกล้ง คุย (พูดคนเดียว) ประมาณว่า ติดสายอยู่ มันจะได้ไม่เดินมาทัก หรือ ถ้ามันจะตีความได้ ก็คือ มันจะเห็นว่า เอยุ่งอยู่ หรือ อาจจะคุยกับแฟนอยู่ - ถ้าคิดได้อย่างนี้ ก็จะได้เลิกยุ่งสักทีไง)&amp;quot; &lt;br&gt;เป็นไง มุขเรา เด็ดไหม&lt;br&gt;มันก็ธรรมดาอ่ะนะ แต่ว่าได้ผลเหมือนกัน เพราะมันไม่มาทักเอเลย แต่ก็ยังตามอยู่&lt;br&gt;&lt;br&gt;เราเห็นพี่สาวสุดสวยของเราแล้ว ก็สมเพชเวทนาเหลือเกิน เคยบอกเอซังไปว่า &amp;quot;เฮ้ย ไมไม่บอกมันไปตรง ๆ เลยวะ ว่า ... กูรำคาญมึงว่ะ เลิกตามกูสักทีเหอะ กูหลอน&amp;quot; - บอกงี้จริง ๆ &lt;br&gt;เอซังบอกประมาณว่า &amp;quot;แอม คนเราอยู่ในสังคมเดียวกัน จะพูดอย่างนั้นได้ไง น่าเกลียดตาย&amp;quot; อะไรทำนองนี้&lt;br&gt;เราเถียงเลย &amp;quot;น่าเกลียด ก็ยังดีกว่าหลอนว่ะ บางครั้งคนบางคนก็ไม่รู้ตัวเลยว่า การกระทำของมันน่ะ ถือเป็นการ &lt;span style="font-weight:bold"&gt;คุกคาม&lt;/span&gt; แล้ว ไม่ใช่ชอบหรือเสน่หาแล้ว โคตรน่ากลัว เหมือนพวกโรคจิตเลย&amp;quot;&lt;br&gt;&lt;br&gt;ก็ไม่รู้เอซัง แบบว่า เราสองพี่น้อง คล้ายกันมาก แต่บทจะต่าง มันก็ต่างอ่ะ ความคิดมันต่าง &lt;br&gt;เรามันพวกมารยาททราม (กับคนที่ควรทราม) พอดีเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ชอบปั้นหน้า มันเมื่อย&lt;br&gt;&lt;br&gt;ที่เรากล้าบอกเอซัง ทำไมเราจะไม่เคยทำ มันไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจนักหรอนะคะ แต่จำเป็นต้องเล่า เพราะว่าเราอยากให้คนกลุ่มนั้น ได้รับรู้ว่า พฤติกรรมของเขา มันถือเป็นภัยคุกคามอย่างหนึ่ง&lt;br&gt;&lt;br&gt;- สมัย ป.ตรี ปี 1 ถ้าจำไม่ผิด จะมีค่ายหนึ่ง ซึ่งเราเป็น 1 ใน 3 คน ที่ไม่ได้ไปค่ายนั้น เหตุผลที่ไม่ได้ไป คือ เราปวดอึ เราเลยไม่ไป (เหตุผลฟังขึ้นมาก) วันนั้นแบกกระเป๋าเดินทางมาแล้วด้วยนะ แต่สุดท้ายก็บอกเพื่อนว่าไม่ไป แล้วบอกต่อแค่ว่า &amp;quot;รู้สึกป่วยมาก ถ้าไปอาจทำให้พี่ ๆ เดือดร้อน ต้องมาดูแล&amp;quot; (ตอนนั้นเรายังปรับตัวไม่ได้ ย้อนนิดว่าอย่างช่วงประชุมเชียร์ อีนี่จะมีปัญหากว่าทุกคน จนพี่ ๆ ต้องรู้จัก เพราะถือว่าพ่อใหญ่ ก๊าก... ล้อเล่น เอาสรุป ๆ แล้วกันว่า โซต้งโซตัสอะไรน่ะ อย่ามามีกับกูเชียวนะ ถ้าคนที่สั่งกูมันยังไร้ระเบียบวินัย ก็อย่าสะเออะมาสั่งกู การประชุมเชียร์ไม่ใช่เรื่องของการแสดงแสนยานุภาพ หรือการแก้แค้นรุ่นพี่ - แต่เสือกมาลงกับรุ่นน้อง &amp;gt;ขออภัยจริง ๆ ค่ะ เอนทรี่นี้หยาบคายมาก ๆ เลย แต่ขอจริง ๆ ถ้าไม่หยาบมันจะไม่ตรงกับที่คิดตอนนั้นอ่ะค่ะ คือตอนนั้นคิดงี้จริง ๆ /// ปกติเราไม่พูดหยาบคายค่ะ ไม่พูดแต่เขียน ก๊่าก...) และการที่เราไม่ได้ไปค่ายนั้นนั่นเอง ทำให้เราไม่รู้ว่า เพื่อนในเอกมีคนมีเรื่องกัน (คนที่ไปทุกคนเขารู้หมดเลยไงว่าใครมีปัญหากับใคร) พออีนี่ไม่รู้ แล้วก็ไม่มีคนบอกอีนี่ อีนี่ก็อยู่ไปตามปกติ แต่รู้สึกแปลก ๆ หน่อย ๆ ว่า เอ๊ะ ทำไมวันนี้ ไอ้เพื่อนผู้ชายคนนี้ มันตามกูจังเลยวะแม่ง ตามทุกฝีก้าว ตามทุกตึก ทุกห้อง  รวมถึงห้องน้ำ!!! จนเราออกมาจากห้องน้ำแล้ว พบว่ามันนั่งรออยู่หน้าห้องน้ำแหละ เราถึงกับกรี๊ด (ในใจ) แล้วพูดกับมันอย่างสุภาพสุด ๆ ว่า &amp;quot;เอ่อ คุณคะ ไม่มีอะไรทำหรือคะ มาเดินตามเราอยู่ได้ จะไปไหนก็ไปเถอะ เราจะไปแล้ว&amp;quot; (ในใจคิดว่า กูจะไปตามทางของกูแล้ว อย่าตามมานะมึง ไม่งั้นมีเรื่องแน่ กูรำคาญ) &lt;br&gt;&lt;br&gt;เพื่อนเรามันก็เอ่อ ๆ อะไรของมัน แต่อีนี่ไม่ไหวค่ะ อีนี่แจ้นเลย เพราะว่าเพื่อนซี้ 2 คนมาพอดี ก็เผ่นสิคะ อยู่ทำไมให้มันตาม หลอนโว้ยหลอน จนเราถามเพื่อน 2 คนของเราแหละค่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็เล่า แต่ว่าเล่าแบบไม่ค่อยชัด (ไม่แน่ใจว่าเขาห้ามมาพูดต่อ หรือว่าัมันเองก็ไม่รู้รายละเอียด แต่ที่รู้คือเรารู้แล้วว่าใครมีเรื่องกับใคร - ก็ไอ้ผู้ชายคนนี้กับเพื่อนเราผูหญิงคนนึง ซึ่งมันเรื่องของเขา เราก็จำไม่ได้) แต่ที่ชัด ๆ หลังจากวันนั้น คือ เราไม่คุย ไม่ยุ่งกับไอ้เพื่อนผู้ชายคนนั้นเลย เพราะว่า เราหลอนค่ะ เราว่าเขาคุกคาม (คือเรื่องจริง ๆ มันน่ากลัวนะคะ ขนาดพูดงั้นไปแล้ว มันก็ยังตาม ยังทำมาแบบบังเอิญเจอ มีอีเมลมาด้วย มาแบบว่า &amp;quot;แอมครับ ผมทำอะไรผิดเหรอครับ บอกผมทีนะครับ&amp;quot; ทำนองนี้ เราก็ตอบไปว่า &amp;quot;คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ เพียงแต่เรากลัวคุณอ่ะค่ะ ไม่ต้องตามเราก็ได้นะคะ ตามคนอื่นบ้างก็ได้&amp;quot;)  เราไม่คุยไม่เจรจากับมัน มีหลายคนว่าเราใจร้าย (อ้าว อีคนที่ว่ากู-มาลองเป็นกูดูไหมล่ะ ให้มันตามมึงแทน-มึงเอาไหมล่ะ ดีแต่ว่ากู คิดสิคิด กูก็คนนะ มีสิทธิในการตัดสินใจชีวิต ตนเอง - คือเราไม่คุยกับมัน แต่เรื่องงาน เรื่องของเอก ของคณะ เราก็ยังบอก แจกจ่าย ทั่วถึง ไม่ลำเอียงนะ เพียงแต่ขอเถอะ ขออย่ามาทำให้กูหนักใจ อย่ามาคุกคาม ณ ตอนนั้น เรามีคำคำนึง ที่คนทั้งเอกจะฮามาก นั่นคือคำว่า &amp;quot;ไอ้...(ชื่อมัน)...มันไม่มีจุดยืน&amp;quot; จนพี่เมย์เพื่อนป้าเอ เอาไปเรียกตอนคุยกันเองในกลุ่มเพื่อนเอว่า คุณสแตนดิ้งพอยต์ ก๊าก... มันไม่มีจุดยืนครับพี่ ต้องเรียกมันว่า คุณโนสแตนดิ้งพอยต์ สิ ถึงจะถูก - โนสแตนดิ้งพอยต์ เราตกภาษาอังกฤษ จึงคิดได้แค่นี้ ก๊าก...)&lt;br&gt;&lt;br&gt;เห็นใจเพื่อนคนนี้มันเหมือนกันนะคะ เพราะว่าัมันเป็นความบกพร่องทางบุคลิกภาพอ่ะค่ะ จึงทำให้ใคร ๆ มักเห็นมันเป็นตัวตลก แต่อย่างที่บอกไปแล้ว ว่าเรามีจุดยืน ไม่คุยกับมัน แต่ก็ไม่ได้ลำเอียงเรื่องงาน คุยเรื่องงานได้ (เวลามีปัญหา ขอให้มีให้ตรงจุดค่ะ เราเกลียดมากเลย เวลาเห็นคนบางคนมีปัญหากับบางคน แค่ไม่ชอบบางพฤติกรรม แต่กลับใช้วิธี แบน (ban) คนนั้นไปเลยเนี่ย เวลาเราเห็นใครทำ เราจะไม่ชอบ แม้จะไม่ด่า //เพราะบางทีก็ด่าไม่ได้// แต่เราจะจดจำไว้ว่า คนคนนั้น &amp;quot;ใจแคบ&amp;quot; และไม่มีความเป็นนักพัฒนา &lt;br&gt;&lt;br&gt;โกรธเกลียดเกิดกันได้ทุกคนค่ะ แต่ยังไงต้องคำนึงถึงส่วนรวมด้วย ถ้าแบนเขาแล้วส่งผลต่องาน คนที่แบนเขาก็เท่ากับมีพฤติกรรมที่ดูแย่ไม่แพ้กันค่ะ&lt;br&gt;&lt;br&gt;ต่อ ๆ &lt;br&gt;&lt;br&gt;นี่แหละ ทำให้เราลองแนะเอซัง ให้ทำแบบเราไง อีกอย่างไอ้รุ่นน้องเอน่ะ มันไม่ได้เรียนอะไรแบบเอแล้ว ก็แทบจะไม่มีอะไรต้องติดต่อกันแล้ว จะได้ไม่ต้องคอยแสดงท่าโทรศัพท์ ให้เหนื่อย (ต้องคิดบทพูดอีก เฟก ไม่สนุกเลยนะ ลำบากทั้งกายและใจ) ก๊าก...&lt;br&gt;&lt;br&gt;แต่สุดท้ายเอซัง เขาจะจัดการไง ก็เรื่องของเขาแหละ เราทำได้แค่เสนอมุขให้เอาไปใช้&lt;br&gt;&lt;br&gt;หรือเอซังจะยังคงใช้มุขเดินพูดโทรศัพท์ (จริง ๆ แล้วพูดคนเดียว) อย่างนี้ต่อไป ก็เรื่องของเขา&lt;br&gt;&lt;br&gt;เราไม่สงวนลิขสิทธิ์ความคิดนะคะ เพราะเชื่อว่า มุขนี้น่ะมีคนคิดได้ตั้งแต่มีโทรศัพท์มือถือเกิดขึ้นบนโลกแล้ว จึงถือเป็นมุขสาธารณะ ก๊าก...&lt;br&gt;&lt;br&gt;จะงงไหมเนี่ย สรุปอีกทีว่า&lt;br&gt;สิ่งที่เห็น มันอาจไม่เป็นอย่างนั้น = เอซังคุยโทรศัพท์ จริงแล้วเขาไม่ได้กำลังติดสาย แต่ว่าเป็นสัญญาณบอกว่า &lt;span style="font-weight:bold"&gt;อย่ารบกวน&lt;/span&gt; + ฉันไม่ต้องการคุยกับแก แกกำลังคุกคามฉัน ฉันไม่ได้ชอบแก แกฝันอะไรของแกอยู่ ตื่นโว้ยตื่น ตื่นได้แล้ว ตะวันแยงตูดแล้ว - ไอ้แอมพากษ์ล้วน ๆ&lt;br&gt;&lt;br&gt;คุณผู้ชายท่านใด ชอบสะกดรอย ทำเหมือนเป็นเป็นนักสืบ หรือชอบเล่นมุข &amp;quot;บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะครับ&amp;quot; น่ะ ถ้าเจอมุขโทรศัพท์ ก็รีบ ๆ ตื่นได้แล้วนะคะ &lt;br&gt;ถ้าผู้หญิงเขามีใจบ้าง เขาก็จะชวนพูดชวนคุยมาให้คุณพอมีความหวังแหละค่ะ ไม่ใช่หนีแบบนี้ - เอ๊ะ หรือเอซังจะไปชวนมันพูดคุยบ่อย ๆ มันเลยยังมีความหวัง เฮ้อ พี่กู อัธยาศัยดีเกินเหตุแหง่ ๆ ไม่เหมือนเราค่ะ ถ้าเราไม่ชอบใคร เราจะไม่ชวนมันคุยเลย ถ้ามันคุยมา เราก็จะไม่คุยเช่นกัน หาทางปฏิเสธมันไปเรื่อย ๆ และอีกด้านหนึ่งคือถ้าใครที่เราชวนคุย ไม่ยอมคุยกับเรา (อย่างที่ดูไม่มีเหตุผลนัก) เราก็จะไม่คุยกับมันอีกค่ะ เพราะเราไม่อยากถูกมองว่าไปคุกคามใคร!&lt;br&gt;---&lt;br&gt;&lt;br style="font-weight:bold"&gt;&lt;span style="font-weight:bold"&gt;ยังมีหลายเรื่องนะคะ ที่คนเราเลือกที่จะใช้แสดงออกมาให้คนเห็น แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น &lt;span style="text-decoration:underline"&gt;ดังนั้นถ้าอยากรู้อะไร ก็ ถามเหอะ ซักเหอะ ถามสักคำ ฉันจะได้ตอบ &lt;/span&gt;&lt;img src="http://shared.live.com/HjKMzTS-xzcms40!CabizA/emoticons/music_note.gif" title=Note alt=Note style="vertical-align:middle"&gt; (หรือ ถามสักคำ ฉันจะได้ด่า ก๊าก...)&lt;br&gt;ไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้จะไปถอนฟันคุดอีกด้าน (คาดว่าฟันคุดเพราะเหงือกบวมไม่หายเลย) หลังจากที่ฝ่าด้านหนึ่งไปเมื่อปีที่แล้ว ตังค์ ๆ โว้ว งานการไม่ได้เลย ช่วงนี้มีแต่โพสต์บล็อกกับเก็บงานทีละเล็ก ๆ ยังไม่เสร็จเป็นโปรเจ็ก ๆ &lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;/span&gt;ฝนหยุดตกแล้วค่ะ อะไรวะ ว่าจะเขียนแป๊บเดียว ดันเขียนตั้งชั่วโมงนึง&lt;span style="font-weight:bold"&gt;&lt;br&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;img src="http://c.services.spaces.live.com/CollectionWebService/c.gif?cid=-6095861080911391856&amp;page=RSS%3a+%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99+%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99+-+%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3+%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a+%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81&amp;referrer=" width="1px" height="1px" border="0" alt=""&gt;&lt;img style="position:absolute" alt="" width="0px" height="0px" src="http://c.live.com/c.gif?NC=31263&amp;amp;NA=1149&amp;amp;PI=73329&amp;amp;RF=&amp;amp;DI=3919&amp;amp;PS=85545&amp;amp;TP=pranitee.spaces.live.com&amp;amp;GT1=pranitee"&gt;</description><category>standing point</category><comments>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2149.entry#comment</comments><guid isPermaLink="true">http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2149.entry</guid><pubDate>Fri, 22 Aug 2008 18:03:44 GMT</pubDate><slash:comments>0</slash:comments><msn:type>blogentry</msn:type><live:type>blogentry</live:type><live:typelabel>Blog entry</live:typelabel><wfw:commentRss>http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!2149/comments/feed.rss</wfw:commentRss><wfw:comment>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2149.entry#comment</wfw:comment><dcterms:modified>2008-08-22T18:03:44Z</dcterms:modified></item><item><title>"วันแม่ วันแม่ วันแม่ วันแม่ วันแม่ วันแม่ วันแม่"</title><link>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2148.entry</link><description> &lt;font size=3&gt;&lt;span style="font-family:Verdana"&gt;ตั้งชื่อ วันแม่ 7 คำ&lt;br&gt;เพราะว่า 1 สัปดาห์มี 7 วัน ก็เป็นวันแม่ได้ทั้ง 7 วันแหละ เอิ๊ก ๆ&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;span style="font-weight:bold"&gt;วันนี้วันแม่แห่งชาติ&lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;ไปบ้านอาม่ามา เหมือนทุกปที่ถ้าไม่ไปหาอาม่าก็ต้องไปหาย่า ไปหาแม่ของแม่กับป๋า (เหมือนวันพ่อแห่งชาติที่ต้องไปหา อากงหรือไม่ก็ไปหาปู่ เอิ๊ก ๆ)&lt;br&gt;&lt;br&gt;พอคนเราโตขึ้น มีชีวิตเป็นของตัวเอง (กว่าตอนเด็ก) มีครอบครัวเป็นของตัวเอง คนเราก็จะอยู่ดูแลครอบครัว ดังนั้นคงจะมีแต่วันหยุดเทศกาลต่าง ๆ เท่านั้น ที่คนเราจะได้กลับไปหาแม่กับพ่อ&lt;br&gt;(ต่อไม่ถูก เอาว่าจะบอกแค่นี้แล้วกัน)&lt;br&gt;&lt;br&gt;เปลี่ยนเรื่องเลย&lt;br&gt;เมื่อวานนี้ ประมาณ 6 โมงเย็น ขณะกินข้าวที่เซนทรัลบางนา เอซังชี้ให้เราดูเด็กคนนึง อายุประมาณ 4 - 5 ขวบ (เด็กหันหลังอยู่) แล้ว&lt;br&gt;เอก็ถามว่า : &amp;quot;แอม น่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงอ่ะ&amp;quot; &lt;br&gt;เราก็ตอบทันทีว่า : &amp;quot;เด็กผู้หญิง&amp;quot; (ก็เห็นเป็นเด็กผู้หญิง ถ้าเราตอบว่าเด็กผู้ชาย เราก็บ้าแล้ว)&lt;br&gt;เอซัง : &amp;quot;เหรอ&amp;quot;&lt;br&gt;&lt;span style="font-weight:bold"&gt;ถามทำไมไม่รู้ แล้วก็เงียบ&lt;/span&gt;&lt;br&gt;เราเลยพูดว่า : &amp;quot;อยากมีลูกว่ะ&amp;quot;&lt;br&gt;เอหันขวับกลับมาพูดว่า : &amp;quot;มีปัญญาดูแลเหรอ ดูแลแม่ให้ได้ก่อนเถอะ&amp;quot;&lt;br&gt;เรา - &amp;quot;?!#$%^&amp;amp;*+_.&amp;quot;&lt;br&gt;&lt;span style="font-weight:bold"&gt;เสียงเอซังดังลูป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อยู่ในหัวกบาล &lt;br&gt;เราก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าคำพูดของเรานั้น ออกมาจากการที่ผีเจาะปากมาพูดหรืออะไรบางอย่างสั่งให้พูด แต่ทว่า คำพูดเอซังอ่ะ ชัดเลย โคตรชัดเลย ชัดสุด ๆ &lt;/span&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;เอนทรี่เมื่อวานน่ะ เขียนหลังจากที่เจอเรื่องนี้นะ &lt;br&gt;&lt;br&gt;และก็เอนทรี่เมื่อวานน่ะ เรายังบ่นแม่เราอยู่เลย เพราะแม่บ่นเราก่อนอ่ะ ตอนนี้แม่เขาอยู่ในช่วงวัยทอง หงุดหงิด (มาก....................) และมีอาการทางร่างกายที่ชัด ๆ คือ น้ำในหูไม่เท่ากัน ขี้บ่นและพาลมาก ๆ ป๋าจะโดนประจำ เช่น แม่ด่าเราอยู่ (ไม่เกี่ยวกับป๋า) อยู่ดี ๆ ก็จะลามเข้าไปด่าป๋าจนได้ (ก๊าก...)&lt;br&gt;&lt;br&gt;ก็งี้แหละ ก็ต้องเข้าใจอ่ะนะ แม่ลูกกัน และ สามีภรรยากัน (ก็คือ) คนในครอบครัวเดียวกัน ตัดไม่ขาดหรอก (แล้วทำไมต้องตัดด้วย เขียนอะไรของมันวะเนี่ย! - นั่นสิ ชอบร่ายจนออกนอกเรื่อง บางทีเราก็งงนะว่าจะต่อยังไง แต่สิ่งนึงคือ เราไม่ชอบกดลบอ่ะ เสียดายที่พิมพ์ไป ก๊าก...)&lt;br&gt;&lt;br&gt;เอาว่า...วันนี้วันแม่ เดี๋ยวจะเอาดอกไม้ไปให้แม่ (ขอบอก แปลกดี ส.ค.ปีนี้ ไม่มีคนเอาดอกมะลิปลอมมาขายเราเลย) แต่เราก็ซื้อไว้แล้วแหละ ตั้งแต่ มิ.ย. มีน้องผู้หญิงวัยประถมคนนึงเดินมาขายที่หน้าสหกรณ์ มศว ซึ่งตอนนั้นเราแปลกใจมาก ว่า ?น้องจ๊ะ นี่มันเพิ่ง มิ.ย. เอง ทำไมรีบมาขายจัง? แต่ก็ไม่ได้พูดหรอก เราก็ซื้อมาอย่างเดียวแหละ ซื้อ:ให้กำลังใจเด็ก จริง ๆ คิดว่าจะซื้ออย่างอื่นให้แม่อีก แต่ก็ไม่ได้ซื้อเลย (ดอกนี้เราก็ลืม จนเอซังบอกว่า ขอเอี่ยวด้วยนะ ก๊าก... เพราะเขาเห็นไงว่าเราเก็บไว้ที่กระเป๋าใส่ที่ชาร์ตแบตมือถือเรา ???ดู๊ดู นังแอมมันเลือกที่เก็บ! - &amp;quot;อ้าว ไว้ที่นี่ แม่จะได้ไม่เห็นไงล่ะ&amp;quot;)&lt;br&gt;&lt;br&gt;วันนี้เฮียย้ง (พี่ชายเรา ศักดิ์เป็นลูกพี่)  ซื้อมะลิปลอมในกระเช้าน่ารักมากให้ตั้วอี้ แล้วก็ซื้อดอกมะลิให้ม่าด้วย แต่เรากลับไม่มีอะไรแบบนี้เลยให้ม่าเลย (ดีที่มีดอกที่ซื้อน้องตั้งแต่ มิ.ย.) แต่ยังไงก็ช่างเถอะ เมื่อรู้แล้ว ก็รีบไปเตรียมไว้เลย ปีหน้าจะได้มีกระเช้าใหญ่ ๆ บ้าง 555 (ปีหน้ามันก็ลืมอีก เชื่อดิ - คนอ่านนึกด่า) &lt;br&gt;&lt;br&gt;งั้นไม่ต้องซีเรียส ทำตัวดี ๆ ให้แม่ชื่นใจพอแล้ว &lt;br&gt;ส่วนเรื่องแม่บ่น แม่ด่า นั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ ก็คงเหมือนกับการหายใจแหละ ที่ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว จะเจ็บป่วยไข้ จะร้อนในกระหายน้ำ หรือจะสุขสบายดี ยังไง ๆ เราก็ยังหายใจ ไม่มีอะไรให้ต้องเหนื่อย เพราะถ้าวันไหนเราเหนื่อยที่จะต้องหายใจ วันนั้นเราก็... &lt;br&gt;ตายนั่นเอง&lt;br&gt;&lt;br&gt;ขาดแม่ = ขาดใจ &lt;br&gt;อย่าลืมบอกรักแม่นะทุกท่าน&lt;br&gt;&lt;br&gt;ไปแล้ว เอิ๊ก ๆ&lt;br&gt;ได้เวลาเอาดอกมะลิปลอมไปให้แม่แล้ว ฟี๊ว... ... ... หอมแม่ 2 ที&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;---&lt;br&gt;&lt;font size=3&gt;ปล.ช่วงนี้เช็คเมล ทุกจันทร์พุธศุกร์ 3 ทุ่มครึ่ง ไม่ออนเอ็มเลย (คงออนตอนอยู่ห้องเอซังที่ ม เพราะว่าทำงานไม่ค่อยได้) เพราะไม่ว่าง และทำตามกฎเหล็กของเราเองอยู่ (อยู่ในโหมดเคลียร์งาน) บอกทำไมไม่รู้ แค่อยากบอก คือ การบอกมันเท่ากับเป็นสัญญาของเราไงละฟะ แต่ก็นะ ทุกกฎมันก็ต้องมีข้อยกเว้น แต่หลัก ๆ คือตามนี้&lt;br&gt;ไฮไฟว์ ใครเกรียน-เราลบ ตะกี้แว๊บไปดู เริ่มเห็นเด็กเกรียนแล้ว ใครไม่รู้ ไม่รู้จัก มันแอดมาตั้งแต่ชาติไหนไม่รู้? สรุปไม่รู้อะไรเลย / อยากเกรียนเกรียนไป ว่างเมื่อไรฉันจะไปเอาออกจากคอนแท็ก เพราะไม่ชอบกินเด็ก! (ไม่ใช่อั้ม ก๊าก...) และไม่ชอบคนที่ไม่รู้กาละเทศะ ให้ไฟว์มาได้ไง Handsome เงี่ยะ ส่งเดชมาก&lt;br&gt;&lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;img src="http://c.services.spaces.live.com/CollectionWebService/c.gif?cid=-6095861080911391856&amp;page=RSS%3a+%22%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88+%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88+%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88+%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88+%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88+%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88+%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%22&amp;referrer=" width="1px" height="1px" border="0" alt=""&gt;&lt;img style="position:absolute" alt="" width="0px" height="0px" src="http://c.live.com/c.gif?NC=31263&amp;amp;NA=1149&amp;amp;PI=73329&amp;amp;RF=&amp;amp;DI=3919&amp;amp;PS=85545&amp;amp;TP=pranitee.spaces.live.com&amp;amp;GT1=pranitee"&gt;</description><comments>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2148.entry#comment</comments><guid isPermaLink="true">http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2148.entry</guid><pubDate>Tue, 12 Aug 2008 14:07:14 GMT</pubDate><slash:comments>0</slash:comments><msn:type>blogentry</msn:type><live:type>blogentry</live:type><live:typelabel>Blog entry</live:typelabel><wfw:commentRss>http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!2148/comments/feed.rss</wfw:commentRss><wfw:comment>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2148.entry#comment</wfw:comment><dcterms:modified>2008-08-12T14:07:14Z</dcterms:modified></item><item><title>แล้วเราก็มีปัญหากับงานกลุ่มอีกแล้ว และมันจะยังเป็นอย่างนี้ต่อไป จนกว่าทุกคนจะเลิกโยนขี้ให้คนอื่น</title><link>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2147.entry</link><description>&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ไม่ได้มีปัญหากับเพื่อน&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;แต่ว่าเป็นกับการทำงานกลุ่ม&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราเองก็ชอบงานกลุ่มไม่แพ้ใคร&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เพราะว่าถ้ามันห่วย ก็จะมีคนโดนด่าเป็นเพื่อนกัน (คิดงี้อีก?)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;แต่ ในขณะเดียวกันเราก็เกลียดงานกลุ่มมาก ๆ &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เพราะทุกคนจะเข้าใจว่าเราเก่งโคตร พระเจ้าส่งมา หรือเราเป็นเทวดา ทุกคนถึงได้เมินเฉย และเฉื่อยชากันเหลือเกิน (ปล่อยให้เราบ้าอยู่คนเดียว ตั้งแต่เราจำความได้ เหนื่อยนะ แล้วบางทีไม่ช่วยแล้วยังมาหักหน้าเราอีก อยู่กลุ่มเดียวกันป่าวเนี่ย อีนี่หนิ เดี๋ยวแม่ตบดิ้นเลย &lt;font size=2&gt;ปากหมา ชีวิตจริงกล้าตบใครที่ไหนกัน ตัวก็เล็กกว่าชาวบ้าน&lt;/font&gt; - เคยเจอกันบ้างป่าวคะ ตอนประชุมไม่ประชุม ตอนเสนอ เราพูดผิด มันซ้ำเติมอีก คนกลุ่มเดียวกันนี่แหละ)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เรามักจะค้นงานตั้งแต่แรก ตั้งแต่ได้รับคำสั่งมา ค้น ๆ  และก็ส่งให้อ่านต่อ หรือประกาศทิ้งไว้ให้เพื่อนกลุ่มอื่นได้ดูด้วย เป็นการกระตุ้นให้ทุกคนรีบทำงาน และหลังจากนั้นก็ปล่อยไปเรื่อย ๆ เราไม่ค่อยจ้ำจี้จำไช เพราะเราก็ไม่ชอบให้ใครมาจ้ำจี้จ้ำไชเราเช่นกัน มันน่ารำคาญและแสดงถึงความไม่ไว้วางใจ ไม่ให้เกียรติและไม่เคารพความเป็นมนุษยชนของเรา (เฉพาะกับเพื่อนนะ แต่บางทีก็มีที่บ้านโดยเฉพาะการทำงานบ้านบางอย่างเนี่ย กะอีแค่ล้างจานก็ต้องมา &amp;quot;กำกับ&amp;quot; จะอะไรนัก เราก็ล้างจานของเรามาสิบกว่าปีแล้ว มันจะอะไรนัก หรือเราแย่งงานแม่! ทำดีก็ด่า ทำไม่ดีก็ด่า หนีไปอยู่ในโอ่งดีไหมเนี่ย ขอโทษ วันนี้อยากบ่น อยากบ่นมาก นอกเรื่องอีกอีนี่ แต่ขอนอกเรื่องหน่อยนะ ถ้าใครพยายามช่วยทำงานบ้าน แล้วมันไม่ได้แย่นัก ขอร้องคุณแม่บ้าน คุณเจ้าของงาน อย่ากำกับนักเลยค่ะ ให้เขาได้เรียนรู้เองบ้างเถอะ เขาจะได้จำได้จนวันตาย ไม่ใช่นู่นก็ต้องบ่น นี่ก็ต้องว่า ต้องคอยมากำกับ กำกับซ้ำซาก มันไม่ได้น่ารำคาญ แต่มันทำให้เหนื่อยใจ &lt;u&gt;เหนื่อยกายไม่ว่า อย่ามาทำให้เหนื่อยใจ!&lt;/u&gt;) &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;strong&gt;เราบอกตรง ๆ เราเข้าใจนะ ที่ทุกคนคิดงี้ ทำงี้ ทุกคนล้วนมีเหตุผล&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;กลับเข้าเรื่องเดิม&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;และเราเอง จริง ๆ จะทำให้ดีไปเลยก็ทำได้&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;แต่เราไม่อยากทำ เพราะว่า เราเคารพในศักยภาพของทุกคน ดังนั้น เราจึงไม่ต้องการทำคนเดียว เด่นคนเดียว เก่งคนเดียว โชว์พาวในงานกลุ่ม เมื่อมันเป็นงานกลุ่ม ทุกคนก็ต้องทำ และถึงทำน้อยทำมาก เราก็จะพยายามทำให้มันเหลื่อมล้ำเบียดบังกันน้อยที่สุด เพราะว่า&lt;u&gt;เราไม่ชอบเอาเปรียบใคร และในขณะเดียวกันเราก็ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบเรา &lt;/u&gt;- &lt;u&gt;งานกลุ่ม ไม่มีคำว่าน้ำใจ มีแต่คำว่า รับผิดชอบร่วมกัน&lt;/u&gt; ดีก็ดีด้วยกัน เลวก็เลวด้วยกัน ยกเว้นว่ามันไม่ไหวจริง ๆ มันอาจมีข้อยกเว้น แต่กรณีนี้จะไม่เป็นกับงานของเรา (งานที่เราต้องไปทำ) คือเราไม่มีทางให้มันล่มสลายไปต่อหน้าต่อตาแน่ ๆ ถ้ามันไม่ถึงที่สุดจริง ๆ&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;แต่&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราอยากบอกว่า มีคนโดนฤทธิ์ของเราไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;คือ เราไปรับงานมาไง&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เป็นงานที่ได้เงินด้วย&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;แต่สุดท้ายเราก็ไม่รับเงิน&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;และไม่มีงานให้เขาด้วยเช่นกัน&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เพราะว่าเราไม่เข้าใจงาน ถึงขั้นที่จะสังเคราะห์งานได้&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราทำไม่ได้เนื่องจากข้อตกลงที่ให้ ไม่เป็นไปตามนั้น (ตกลงกันไม่ชัดเองด้วย)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เรานึกว่า เราต้องทำแค่จัดแต่งเท่านั้น&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;กลายเป็นเราต้องหาข้อมูลเองด้วย (ซึ่งข้อมูลเป็นข้อมูลเฉพาะ มั่วไม่ได้ มันมีหลักสูตร ซึ่งเราไม่รู้ข้อมูลนั้น มันไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ ตามไหล่ทาง หรือกูเกิล)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ดังนั้นเราจึงตัดสินใจ &amp;quot;ไม่ทำเลย&amp;quot; แต่พิมพ์บางส่วนที่มี และช่วยตามสั่ง แบบว่าหวังไถ่บาป ซึ่งคงไถ่ไม่ได้หรอก ช่วยไปงั้นแหละ รู้สึกผิดก็เท่านั้น&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;นี่คือผลจากการที่ทางนั้นเขาไว้ใจเรามากเกินไป และคงคิดว่าเราเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย เก่ง ฉลาด เลิศ หรู อลังการดาวล้านดวง &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ป่านนี้เขาคงเข็ดไปอีกนาน&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;บอกตรง ๆ เราก็รู้สึกผิดมากนะ แต่ทำไงได้อ่ะ &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราก็มีเวลาโง่เหมือนกัน (จริง ๆ น่าจะโง่บ่อย ๆ ด้วย เพียงแต่คนเขามักจะเห็นตอนที่ไม่โง่ ถ้าอ่านบล็อกนี้มาตลอด จะเห็นความโง่ของเรา ครั้งแล้วครั้งเล่า &lt;strong&gt;&lt;u&gt;โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;strong&gt;ถ้าสั่งงานแบบโยนขี้แบบนี้ &lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;strong&gt;เราก็ไม่ทำหรอกค่ะ&lt;/strong&gt; &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราผิดเอง ที่ไม่เช็คข้อมูลที่ได้มา (ซอส) ตั้งแต่ต่อหน้าเขา  &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ถ้าเราเช็คตอนนั้น เราคงไม่รับงานค่ะ เพราะว่าจริง ๆ เราก็ตะขิดตะขวงใจมาก แต่ว่าเกรงใจไงเลยรับ ๆ ไป (อยากช่วย เพราะว่าเขาทำงานไม่ทัน)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;บทเรียนนี้ ยิ่งใหญ่มาก ต่อไปเราจะรับงานด้วยความระมัดระวังให้มากกว่านี้ เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก มันเสียชื่อและเสียความรู้สึกทั้งสองฝ่าย&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;font size=4&gt;สรุป งานกลุ่มไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต แต่ถ้าคุณต้องทำงานกลุ่ม กรุณารับผิดชอบต่อกลุ่มด้วย อย่าโยนขี้! เพราะถ้าดีเราจะดีด้วยกัน ถ้าเลวเราก็จะเลวด้วยกัน จำไว้!&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;font size=4&gt;&lt;/font&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font style="background-color:#ffff00" size=3&gt;สั่งงานแบบโยนขี้ ในความคิดของเรานั้นแปลว่า สั่งงานส่งเดช ไม่พูดชัด ๆ ไม่มีสัญญา ตกลงปากเปล่า หรือถึงมีสัญญา ก็เป็นสัญญาที่ไม่ชัดเจน ดิ้นไปมาได้ ไอ้คนรับงาน ก็มีแต่ซวย ถ้ากลัวมากก็ต้องทำตาย ทำมากกว่าที่ได้ ทำแล้วขาดทุน ทำไม่จบไม่สิ้น หรือถ้าไม่กลัวก็จะออกมาแบบเราคือไม่ทำงานนั้นเลย &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font style="background-color:#ffff00" size=3&gt;โยนขี้นั้นมีนิยามเยอะค่ะ สุดแล้วแต่เรื่อง การโบ้ยความเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่ดี) ให้กับคนอื่น ก็ถือเป็นการโยนขี้เช่นเดียวกัน &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font style="background-color:#ffff00" size=3&gt;ถ้าคุณเป็นคนดี พลเมืองดี หรือมีความเป็นคน กรุณาอย่าโยนขี้ค่ะ เพราะมันทุเรศ&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://c.services.spaces.live.com/CollectionWebService/c.gif?cid=-6095861080911391856&amp;page=RSS%3a+%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7+%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b+%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99&amp;referrer=" width="1px" height="1px" border="0" alt=""&gt;&lt;img style="position:absolute" alt="" width="0px" height="0px" src="http://c.live.com/c.gif?NC=31263&amp;amp;NA=1149&amp;amp;PI=73329&amp;amp;RF=&amp;amp;DI=3919&amp;amp;PS=85545&amp;amp;TP=pranitee.spaces.live.com&amp;amp;GT1=pranitee"&gt;</description><comments>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2147.entry#comment</comments><guid isPermaLink="true">http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2147.entry</guid><pubDate>Mon, 11 Aug 2008 16:14:43 GMT</pubDate><slash:comments>0</slash:comments><msn:type>blogentry</msn:type><live:type>blogentry</live:type><live:typelabel>Blog entry</live:typelabel><wfw:commentRss>http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!2147/comments/feed.rss</wfw:commentRss><wfw:comment>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2147.entry#comment</wfw:comment><dcterms:modified>2008-08-11T16:35:20Z</dcterms:modified></item><item><title>ค่าของคนคนนึงมันน้อยขนาดนั้นเลยหรือ?</title><link>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2142.entry</link><description>&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ไอ้เด็กที่ฆ่าคนขับแท็กซี่ มันเป็นคนหรือเปล่า&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;มันมีเงื่อนงำอะไรหรือเปล่า &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;มันติดเกมจริงหรือเปล่า&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;แล้วการฆ่าคนน่ะ เป็นสิ่งที่สมควรทำมากเลยเหรอ??? (กูประชด อย่ามาควาย)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ชีวิตของคนคนนึงมีค่าน้อยขนาดที่ใครอยากฆ่าแกงก็ได้เชียวหรือ แถมเป็นการฆ่าโดยที่ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกันมาก่อนด้วย ถ้ามันไม่เจอคนขับแท็กซี่คนนั้น ลองคิดดูว่า ใครกันที่จะต้องกลายเป็นศพ ตัวคุณเอง? พ่อของคุณ? พี่ของคุณ? น้องของคุณ? น้าของคุณ? อาของคุณ? ลุงของคุณ? เพื่อนของคุณ? แฟนของคุณ? &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;คนทุกคนในโลกล้วนมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ทำไมมันถึงเลือกที่จะสัมพันธ์กับคนอื่นแบบเป็นผู้ล่า มันคิดว่ามันเป็นใคร ไอ้เด็กอายุไม่บรรลุนิติภาวะคนนั้น มันคิดว่ามันเป็นพระเจ้าหรือไง (ขออภัยค่ะ ไม่ได้หมายถึงสิ่งเคารพ แต่หมายถึง มันคิดว่ามันมีอำนาจครองโลกหรืออย่างไร) มันถึงได้ไปพิพากษาชีวิตของคนคนนึง คนที่ทำงานสุจริต คนที่เป็นสามี คนที่เป็นพ่อ คนที่มีภาระต้องดูแลครอบครัว มันทำให้เขาตาย &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราอยากรู้ ว่าได้เด็กคนนี้ มันเป็นคนหรือเป็นปีศาจ หรือถ้ามันเป็นโรคจิต ทำไมคนโรคจิตฆ่าคนแล้วถือว่าไม่ผิด ถ้าไม่ผิด ทำไมไม่ฆ่าคนโรคจิตให้มันตายตามคนที่มันฆ่าไปเลยล่ะ เราไม่เข้าใจคนเขียนกฎเลยจริง ๆ (เคยสงสัยกันบ้างไหม ช่างเถอะ มันนอกประเด็นที่อยากเล่าแล้ว)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;มาต่อที่เรื่องเกม&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เกมที่ไอ้เด็กเลว ๆ คนนั้นมันเล่น คือ เกมห่าเหว อะไร เราไม่ทราบ เพราะเราเกลียดการเล่นเกม มาตั้งแต่จำความได้ (อย่ามาเกรียน กูเกลียดกูก็ไม่ได้บอกว่ามึงต้องเกลียด มึงชอบก็เรื่องของมึง แต่กูเกลียดอ่ะ จะทำไม ไอ้พวกเกรียนที่บ้าเกม) แต่มันส่งผลแน่ ๆ ถึงมันไม่อ้าง การที่คนคนนึงสามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น ถ้าไม่เกม ก็ต้องหนัง ถ้าไม่หนังก็ต้องเป็นสันดานเดิมของมัน &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เกมดี ๆ มึงไม่มีปัญญาหามาเล่นเหรอ ถ้าชอบความรุนแรง กูว่ามึงไปถลกหนังควายทำกระเป๋าหนังขาย หรือไปไถนาแทนควาย หรือไปทำงานใช้แรง น่าจะเป็นประโยชน์กับมวลชน และน่าชื่นชมน่านับถือกว่าการเล่นเกมเยอะเลย กูว่ากรรมกรยังน่านับถือกว่าคนที่เล่นเกมที่มีลักษณะรุนแรงอย่างที่พวกมึงเป็นอยู่เสียอีก&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราเคยด่าคนพวกเล่นเกมไว้เมื่อไม่นานมานี้ (ตอนที่มีข่าวไอ้บ้าคนมันขับสิบล้อชนคน+แทงคนตาย ที่ญี่ปุ่นน่ะ) อ่านได้ที่นี่  &lt;a href="http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!2083.entry"&gt;http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!2083.entry&lt;/a&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราจะมาย้อนว่าเกมดี ๆ ที่เราพูดถึงคืออะไร &lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เราชอบเล่นเตอร์ติส (มันสะกดยังไงวะ เกมต่ออิฐน่ะ - หาแล้ว ดูจากในมือถือ มันสะกดงี้เหรอเนี่ย tetris แล้วจริง ๆ มันอ่านว่าไรวะ เท-ทริส เหรอ พระเจ้าฉันเรียกมันผิดมาสิบกว่าปี) มันเป็นเกมธรรมดาเกมหนึ่ง ที่เราจะต้องวางอิฐรูปร่างแตกต่างกัน ให้มันเรียงอยู่จนครบแถว มันถึงจะตัดแถวนั้นไป แล้วคนเล่นก็จะได้คะแนนด้วย เราเปรียบก้อนอิฐเหมือนกับปัญหาในชีวิตประจำวัน (ปัญหาเรื่องคน เรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องแฟน เรื่องความวัวไม่ทันหายความควายก็มาแทรก) ถ้าคุณจัดการได้ดี คุณวางก้อนอิฐมันลงถูกที่ คุณก็จะมีชีวิตต่อไปได้ (ไม่ตาย เกมไม่โอเวอร์) แต่ถ้าคุณโลภมาก กระแดะสร้างปัญหาให้มันสุมสูง โดยหวังว่าจะล้มล้างได้ทีละเยอะ ๆ นั้น หากคุณไม่สามารถบริหารได้ คุณก็จะตายไวมาก หรือพวกที่อีโกสูง เล่นเร็ว ๆ กดก้อนอิฐลง ๆ มาเรื่อย ๆ โดยไม่คิดไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อนว่าควรวางตรงไหน (ที่วางแล้วจะเป็นประโยชน์ วางไปแล้วจะดี หรือรู้ตัวว่าอะไรควรทำ/อะไรไม่ควรทำ) เหมือนไอ้เด็กเลวคนนั้นน่ะ ชีวิตของคุณก็จะตายไวเช่นกัน (ตายทั้งเป็น หมดอนาคต ถึงแม้มันจะไม่ได้สำนึกในความเลวของตัวเองเลยก็ตาม แต่มันก็ไม่น่าจะอยู่อย่างภาคภูมิใจได้อีก เพราะแค่สิ่งที่ควรทำกับไม่ควรทำยังแยกแยะไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วนะ - ถ้าใครรู้จักเรา จะรู้ว่าเราเชื่อในหลักมนุษยนิยม และเราไม่น่าจะพูดอะไรแบบนี้ แต่สำหรับกรณีนี้ เราคิดว่า มันสมควรแล้ว เพราะว่าพฤติกรรมของมัน ไม่ใช่พฤติกรรมของมนุษย์แล้ว)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;เรายังคงหลงไหลในเกมต่ออิฐ และยังคงต้องการดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร เพื่อที่จะได้มีชีวิตต่ออิฐไปได้นาน ๆ (ถ้าคิดให้ลึกซึ้ง คงชี้ถึงอะไรได้มากมาย แต่ถ้าคิดแบบควาย ๆ ก็คงคิดว่าฉันจะไปเป็นกรรมกร ก็แล้วแต่จะคิดแล้วกัน ก็ยืนยันไปแล้วว่าคนที่เป็นกรรมกรก็ยังน่านับถือและทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมชาติบ้านเมืองได้มากกว่าคนเล่นเกมที่มีลักษณะนิยมความรุนแรง)&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;อ่านจบแล้ว ลองคิดดูแล้วกัน ว่าทุกวันนี้ คุณดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควรหรือยัง และชีวิตของคนคนนึงมีค่าน้อยขนาดที่ใครสักคนสามารถฆ่าได้เลยเหรอ&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;...&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ค่อนข้างสับสน&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;ขอไว้อาลัยให้คนขับแท็กซี่ ผู้ตกเป็นเหยื่อ&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font color="#c00000" size=3&gt;ชีวิตคนคนนึงมีค่ามากกว่าที่คุณคิด อย่าฆ่าใครเพียงเพราะใจคุณอยากฆ่า ถ้าคุณอยากฆ่าใคร ขอแนะนำให้คุณฆ่าตัวคุณเอง เพราะถ้าคุณอยากฆ่าใครนั่นแปลว่าคุณไม่เคยเห็นคุณค่าในชีวิตเลย และชีวิตนั้น มันก็ควรจะเป็นชีวิตของคุณคนเดียวเท่านั้น ที่สมควรจะเสียสละ แล้วแต่จะคิดนะ แต่ถ้าคิดได้จริง ๆ ก็ควรคิดว่า &amp;quot;ไม่มีชีวิตใดที่ไร้ค่า ถึงขั้นที่ต้องถูกฆ่า&amp;quot;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font color="#c00000" size=3&gt;มนุษย์+คิดได้+ พูดได้&amp;lt;&amp;gt;ฟังได้ เขียนได้&amp;lt;&amp;gt;อ่านได้ ถ้าหากพยายามสร้างความเข้าใจกัน มันก็ไม่น่าจะต้องมีใครตาย * ฝากคุณเพื่อน คุณพ่อ คุณแม่ คุณครู คุณมนุษย์ช่วยกันใส่ใจกับปัญหานี้ด้วย เพราะว่าคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวคุณหรือคนที่คุณรัก&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;&lt;/font&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;font size=3&gt;บุญรักษาค่ะ ขอโทษคนอ่านที่ต้องหยาบคาย จำเป็นต้องหยาบคาย เพราะรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://c.services.spaces.live.com/CollectionWebService/c.gif?cid=-6095861080911391856&amp;page=RSS%3a+%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%3f&amp;referrer=" width="1px" height="1px" border="0" alt=""&gt;&lt;img style="position:absolute" alt="" width="0px" height="0px" src="http://c.live.com/c.gif?NC=31263&amp;amp;NA=1149&amp;amp;PI=73329&amp;amp;RF=&amp;amp;DI=3919&amp;amp;PS=85545&amp;amp;TP=pranitee.spaces.live.com&amp;amp;GT1=pranitee"&gt;</description><comments>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2142.entry#comment</comments><guid isPermaLink="true">http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2142.entry</guid><pubDate>Mon, 04 Aug 2008 13:56:13 GMT</pubDate><slash:comments>3</slash:comments><msn:type>blogentry</msn:type><live:type>blogentry</live:type><live:typelabel>Blog entry</live:typelabel><wfw:commentRss>http://pranitee.spaces.live.com/blog/cns!AB6726A4E825D390!2142/comments/feed.rss</wfw:commentRss><wfw:comment>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2142.entry#comment</wfw:comment><dcterms:modified>2008-08-04T14:07:50Z</dcterms:modified></item><item><title>ย้อยมองกลับไป ในวัยที่ไม่มีคอม (เราก็ขี้บ่นแบบนี้มานานแล้ว - บ่นในคอม ตัวจริงไม่ค่อยบ่น เป็นคนเก็บกดมาก - กลัวคนเตะเอา)</title><link>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!2138.entry</link><description>ถ้ามีพิมพ์ผิด เราจะไม่มาแก้ไขนะคะ เพราะเราใช้ไฟร์ฟอกพิมพ์เอนทรี่นี้ ถ้าแก้แล้วมันจะสแปลชเต็มหน้า เวลาดูด้วย ie6 (ผิดก็ช่างเถอะ คนมันเครียด ไม่มีคนอ่านหรอก บ่น ๆ)&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;font size=3&gt;เราได้แตะคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลครั้งแรกในชีวิต ตอนอยู่ ป.4 ตอนนั้นป๋าซื้อคอมมา (จอขาวดำ) ทำงานด้วยโปรแกรมพิมพ์ที่ชื่อ อิหยังจำไม่ได้ แบบที่พื้นดำ ๆ แบบดอสเลยอ่ะ (ตะโกนถามป๋ามาแล้ว ป๋าบอกว่าเวิร์ดจุฬา อะไรเนี่ยแหละ) โบราณมาก เลยจำไม่ได้ ก็ตั้ง 13 ปีมาแล้ว ปรินเตอร์เป็นแบบดอทเมตริก เครื่องใหญ่มาก... แล้วเราก็จำได้ว่าต่อมาเราก็ใช้ วินโดวส์ 3.1 ซึ่งเราก็ทำอะไรไม่ได้เท่าไร (ตอนนั้นโคตรโง่) ใช้พิมพ์รายงานส่งครูได้ก็บุญแค่ไหนแล้ว  (กระแดะอีก อยู่ประถม พิมพ์งานส่งครู - ในขณะที่เพื่อนส่วนใหญ่ใช้มือเขียน แต่ก็มีใช้คอมหลายคนนะ แบบใครมีก็ใช้ ก็แค่นั้น! - ที่โรงเรียนก็มีสอนคอม แต่สอนแบบเลิกใช้ กดรีเซ็ต! เด็ก ๆ อ่ะ เอาไรมาก) เออ ตอนนั้นเราชอบวาดรูปใน coral draw (ยุคกลาง สมัยที่วาดอะไรก็ไม่ได้เท่าไร แบบว่าใช้อีเครื่องนี้จนถึง ม.3 พระเจ้า ป.4-ม.3! มีเอาไปอัพเดทนะ แต่เราก็ยังน้ำลายฟูมปาก ไม่รู้เรื่องอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจาก ถ้าครูอาจารย์สั่งให้ต้องพิมพ์ก็พิมพ์ ก็เท่านั้น) &lt;br&gt;&lt;br&gt;เรา ม.3 เอซังอยู่ ม.4 เขาทำเรียนเว็บด้วย เอซังเขาล้ำมาก ล้ำกว่าเราห้าร้อยล้านเท่า บอกตรง ๆ ตอนนั้นเราโคตรควาย เรากลัวคอมมาก กลัวจนขี้ขึ้นสมอง กลัวสุด ๆ และไม่เข้าใจว่า &amp;quot;ทำไมคนเราต้องไปหวังพึ่งพาไอ้เครื่องสี่เหลี่ยมอะไรไม่รู้ ที่รวนก็บ่อย&amp;quot; (แบบเราโง่ไง ใช้ ๆ ไป ก็พัง ก็ซ่อมกันเรื่อย ๆ) แต่พอคอมใหม่มา รอบนี้เป็นจอสีแล้ว มีใส่แผ่นซีดีด้วย (เครื่องเดิมใส่ได้แต่ดิสเก็ต3 1/2 นิ้ว ที่จุ1.44 MBอ่ะ กับอีกไซส์คือแผ่นใหญ่ 5 1/4 นิ้ว โคตรโบราณ อิฉันทันใช้ค่ะ ก๊าก...) ก็แรดเลย เอาแผ่นผีมาฟัง ใส่ซะเครื่องรวน (เครื่องนั้นฮาร์ดดิสก์ 9 กิ๊ก &amp;quot;ซึ่งคือเครื่องปัจจุบันที่เอใช้ทำงาน&amp;quot; เครื่องนี้เราใช้ตั้งแต่ ม.3 ถึง ป.ตรี ปี 3 เทอม 3 เลยนะ - นานดีไหม แต่ก็อัพเดทหลายรอบ เปลี่ยนนู่นนี่นั้นหลายรอบ ตามอายุขัย จนต้องตัดวีดิโอแหละ สเปกไม่ได้ เลยได้เครื่องที่ 3 เดี๋ยวเล่า) เครื่อง 2 เป็นเครื่องคู่บุญ ลองมาแล้วทุกอย่าง เสียบพอร์ตนู่นนั่นนี้ ดึงนั่นนี่ ลงวินโดวจนเครื่องพังเอกกับมือ (ก๊าก... สมเพชตัวเอง) เครื่องนี้ทำให้เก่งคอม (รึเปล่า เรียกว่า ไม่กลัวที่จะใช้คอมจะดีกว่า - เพราะ ทำไปเถอะค่ะ ยังไงมันก็พัง ก๊าก...) - เออ แล้วก็มีเน็ตเล่นแล้ว dial-up ต่อกันแบบต้องจดเลยเพราะค่าโทรศัพท์มันแพงขึ้น (จดว่าเดือนนี้ต่อเน็ตกี่ครั้ง ถ้าต่อเกินแล้ว ห้ามเล่นเน็ต 3 วัน อะไรทำนองนี้ มีวินัยมาก ๆ เฉลี่ยเราต่อเน็ตเดือนละ 52 ครั้ง = 156 บาท ค่าโทรศัพท์เฉพาะต่อเน็ต/// จนมาป.โทเนี่ยแหละ บ้าบล็อก เป็น 100 - 200 ครั้งเลยก็มี =300 - 600 บาท จนตอนนี้เลิกจดแล้ว เพราะว่า ตั้งแต่วันเกิดเราปีนี้ เราก็มี ไฮสปีดใช้ -เลือกปล่อยสัญญาณวันเกิดเราเลยนะเนี่ย อะไรจะประเสริฐขนาดนั้น TOT จ๋า ก๊าก... โคตรดีใจอ่ะ เหมือนได้ของขวัญวันเกิดที่ต้องการมานาน เพราะอยากได้มา 2-3 ปีแล้ว// ซึ่งนี่แหละ มหันตภัยตัวจริง เพราะราคาเจ็ดร้อยกว่าบาท บวกทำเอาเรากี๊กกิ้งเอาท์อย่างรุนแรง ไร้วินัย อยู่กับตัวเองไม่ได้ งานการไม่ทำ เอาแต่บ้าบล็อก สันดานเสีย แม่เรียกกินข้าวไม่กิน เฮ้ย เริ่มยาว เล่าเลยยุคนั้นแล้ว จบ ๆ แค่นี้ก็เลวมากแล้ว - ยังดีอย่างนึงคือ เราไม่เล่นเกม เพราะเราว่า มันเปลืองไฟโดยไม่มีประโยชน์กับมนุษย์คนอื่น ๆ นัก - ต้องโดนพวกเล่นเกมสวดแน่เลยตู - เฮ้ย ขออีกนิด ตอน ม.4 เราเล่นแชตในห้องของเว็บพวก hunsa เล่นบ้า ๆ ตามเพื่อน แบบว่าเข้าไปสาด ๆ ใส่กัน &amp;quot;ว่าไง สบายดีไหมแชมมี่&amp;quot; ทั้งที่นั่งเล่นคอมที่ห้องรีซอสเครื่องติดกัน (จำห้องรีัซอสที่ ร.ว.บ. ได้ป่าว) กลับบ้าน ก็เข้าไปแชต ทั้งที่เข้าไปบางทีก็ไม่ได้คุยกับใคร เพราะความที่ไม่รู้จักและไม่อยากรู้จัก คิดแต่ว่า เห็นมันเป็นของแปลก เลยไป &amp;quot;ดีค่ะ ดีจ้า&amp;quot; บ้าบอไปเรื่อย จนกระทั่ง คอมมันค้างแหละ (ค้างตอนเล่นแชตอยู่) รู้ไหม ตั้งแต่วันนั้น เราไม่แตะ instant messenger ทุกยี่ห้อเลย จนกระทั่ง ป.ตรี ปี 2 ที่เพิ่งมาเล่น MSN  -เพื่อนที่ ม มันงงกันมาก ๆ ว่าทำไมเราไม่เล่น ทั้งที่ดูว่าเก่งคอมดี (ตอนนั้นเก่ง สอนได้ สอบได้ ในความรู้ระดับนั้น) ทีนี้รู้ยังว่าทำไม &amp;quot;เพราะคอมตูดับเพราะมันยังไงล่ะ ตูเลยไม่เล่น!&amp;quot; ถ้าอยากรู้ว่าเล่น MSN ทำไม เพราะเหตุใดหรือใคร ให้ไปตามหาไฟล์เก่า ๆ ที่ File ดู ถ้าจำไม่ผิด เพราะเราเคยเล่าไปแล้ว - แต่เห็นใจว่ะ มันโคตรเยอะ เฉลยให้เลยดีกว่า คือ เราจะคุยกับพี่เทคเราที่ลาออกไปไง เราอยากรู้จักพี่เทคเรา และอยากรู้ว่า &amp;quot;พี่คับ พี่ลาออกไปทำไมคับเพ่ พี่รู้ไหมคับว่าพี่ทำให้หนูลำบากมาก ตอนปี 1 กว่าหนูจะหาป้าเทคและทวดเทคเจอ หนูต้องบูมคนทั้งเอก หนูเซ็ง หนูเหนื่อย หนูเบื่อ พี่ลาออกไมคับ&amp;quot; ก๊าก... ฮาซะไม่มี แต่ถ้าเราไม่อยากคุยกับพี่เทคเรา ป่านนี้ เราอาจจะยังไม่มาออนเอ็มก็ได้ คาดว่านะ! เพราะตอนนั้นสุด ๆ จริง ๆ)&lt;br&gt;&lt;span style="font-weight:bold"&gt;ระหว่างนี้มี โน้ตบุ๊คเครื่องแรก&lt;/span&gt; ได้มาสักตอน ม.4 ม.5 แต่ป๋าใช้ เราไม่ค่อยได้ใช้หรอก มาใช้อีกทีก็ตอนปี 3 เทอม 1 ตอนอีเครื่อง 2 มันพัง ๆ แหละ เราต้องคีย์ SPSS หลายพันฉบับ ป๋าสงสารเลยยกให้ใช้ ตั้งแต่นั้น เราก็ใช้มันจนแบตไหม้ พังคามืออีนี่อีกเช่นเคย!&lt;br&gt;&lt;br&gt;มาถึงพีซีเครื่องที่ 3&lt;br&gt;หลังจากดันทุรังใช้ทั้ง พีซีเครื่อง 2 (แรม 128 3ตัว) และ โน้ตบุ๊ค (แรม 128) ตัดวีดิโอ ไม่เป็นผล (เป็นผลก็บ้าแล้ว ดูจากสเปก มันเปิดโปรแกรมได้ก็แปลกแล้ว ไม่ใช่สเปกตั้งต้นของโปรแกรมเลย - อีนี่ดันทุรัง ทำทุกทาง) / ลองโน้ตใช้บุ๊คตัดวีดิโอ ไม่ถึง 2 นาที นั้นใช้เวลา เรนเดอร์ถึง 2 ชั่วโมง ก๊าก...)&lt;br&gt;ดังนั้น เราจึงอ้อนวอนป๋า (หลังจากที่ได้กล้องวีดิโอ สามหมื่นมาหมาด ๆ) ขอพีซี สี่หมื่นสาม ช่วงนั้นบ้านเรายากจนลงทันที ป๋าใจดีมาก ๆ เลยอ่ะ รักคุณป๋าที่สู้ด... ก็ใช้มาได้จนถึงวันนี้ ตอนนี้ก็ใช้อยู่ ทั้งที่มันดับ - เมนบอร์ดไหม้ มันดับ - ไวรัสลง มันดับ - ยูสเซอร์(ตูนี่แหละ)แอเร่อ มันรวน มันแย่ ตอนตัดวีดิโอ ตอนทำงานกราฟิก ทั้งที่สเปกมันนะสุด ๆ ไม่อยากจะพูด (เพราะจำไม่ได้ ก๊าก...) เราก็ยังทนใช้มันอยู&lt;br&gt;ระหว่างนี้ (เมื่อวันที่2เดือนนี้เอง) ได้โน้ตบุ๊คเครื่องที่ 2 ปัจจุบัน ป๋าใช้พิมพ์งาน บ่อย ๆ ก็ตังค์ป๋าอ่ะ ทำไงได้ ก๊าก... เรายังไม่ได้ทำไรมากนัก เพราะเปิดมาครั้งแรก ก็ขึ้นจอฟ้า (คนอื่นเขาไม่เคยเจอหรอก อีนี่เจออยู่คนเดียว ไม่เรียกว่า ยูสเซอร์แอเร่อ จะเรียกว่าอะไร - เราเชื่อเรื่องกฎของแรงดึงดูดนะคะ และพยายามมองโลกในแง่ดีเสมอ แต่ก็ยังเจอ - คงเป็นเพราะเราเปิดคอมบ่อยกว่าทุกคน เราเลยเก็บมาเป็นอารมณ์ ทั้งที่จริง ๆ มันก็ไม่มีอะไร มันก็เรื่องธรรมดา ของอุปกรณ์ ที่ไม่มีชีวิตจิตใจ พูดกันไม่รู้เรื่อง เพราะไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน เรามันภาษาคน&amp;quot;บ้า ๆ&amp;quot; ส่วนมันพูดภาษา&amp;quot;คอม&amp;quot;)่&lt;br&gt;&lt;br&gt;และมันคือจุดเริ่มต้นของเอนทรี่นี้&lt;br&gt;&lt;br&gt;คอมเครื่องนี้เรารวนตั้งแต่ ประมาณ ต้นปี 2551 มา ตั้งแต่นั้น เรารู้สึกว่า เราทำงานทำการไม่เป็นสุขเลย ความขี้เกียจไม่ได้มาเป็นเทอมนี้ แต่มันเป็นมาตั้งแต่ ต้นเทอม2 (พ.ย.2550) อย่าให้พูดเลยว่าเรื่องอะไร เป็นงานเป็นการนะ เป็นเรื่องซีเรียส แล้วต่อมาเจอว่าเครื่องมือก็คือคอม มันมีปัญหามาก มันทำให้เรารู้สึกว่า &lt;span style="font-weight:bold"&gt;เฮ้ย! ถ้าไม่มีคอม เราจะตายไหม วิถีชีวิตของเราจะเป็นยังไง ชะตาชีวิตเราจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่เป็นอยู่ไหม มันน่าคิดนะ&lt;/span&gt; (เพราะคอมมันคือปัจจัยต้น ๆ ของการติดต่อด้วยเน็ตอ่ะ) คิดแล้วก็ปวดหัว&lt;br&gt;&lt;br&gt;แล้วถ้าเราคิดต่อว่า &amp;quot;ถ้าสักวันหนึ่ง เราตัดขาดจากคอม มันจะเป็นด้วยสาเหตุใด (ย้ายไปอยู่สวน ทำสวน ปลีกวิเวก ทำไร่นาแบบเศรษฐกิจพอเพียง - อยากมีชีวิตที่หากินได้ด้วยตัวเอง - เราชอบทำอะไรด้วยตัวเอง แม้บางทีการทำด้วยตัวเอง จะเฟ่ว และทำให้หน้าแตกหมอไม่รับเย็บมาหลายครั้งแล้วก็ตาม) ที่สำคัญกว่าคือ เราจะเป็นยังไง (ทนอยู่ได้แค่ 3 วัน จากนั้นก็กลับมาเล่นคอมไหม, อยู่ได้ตลอดไป เพราะเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มที, ฯลฯ) &lt;br&gt;&lt;br&gt;ไอ้คอมที่มันรวน ๆ หลายครั้งมันทำให้เราคิดนะ คิดได้ว่า เลิกใช้มันซะดีไหม หรือมันเป็นที่อะไรกันแน่มันถึงรวน &lt;br&gt;ก็เหมือนกับไวรัสคอมแหละ บางทีไวรัสคอมก็ถูกปล่อยมาจากบริษัทขายแอนตี้ไวรัสคอม เพราะถ้าไม่มีไวรัสคอมระบาด ผลิตภัณฑ์ของเขาจะขายได้ไง มันก็ขายไม่ได้ (ของเถื่อนยิ่งมีเยอะอยู่)&lt;br&gt;เราต้องใช้คอม เพราะมันยังจำเป็นกับการใช้ชีวิตของเรา ใครเป็นคนบอกว่าจำเป็น นั่นสิใคร? &lt;br&gt;แล้วเมื่อไรเราถึงจะหยุดใช้คอม &lt;br&gt;คำถามนี้มันคงจะอยู่กับเราไปจนกว่าเราจะหยุดใช้คอม&lt;br&gt;&lt;br&gt;- อย่างน้อย ต้องหาทางใช้ให้น้อยลงให้ได้&lt;br&gt;และ ดูนะคะ อันนี้เราติดมาจาก ที่ ม นะคะ (ไม่ได้ด่าใคร แต่ขอให้รู้ไว้เถอะ ว่าบางทีหน่วยงาน หรือ ส่วนใด ๆ ที่ คุณพบว่า ทำไมปัญหามันเยอะจัง คนพูดไม่รู้เรื่อง ด่ากันไปมาลับหลัง มันก็เป็นเพราะอย่างนี้แหละค่ะ) &lt;br&gt;&amp;quot;คน&amp;quot; พูดภาษา &amp;quot;คน&amp;quot; ถ้าพยายามสื่อความหมาย มันจะช่วยสร้างความเข้าใจกันได้ดีกว่า &amp;quot;คน&amp;quot; ที่พยายามใช้ &amp;quot;คอม&amp;quot; สื่อสารกับ &amp;quot;คน&amp;quot; &lt;br&gt;บางทีหากพยายามพูดคุยกันให้มากกว่านี้ ก็ไม่ต้องมาโทษว่าใครผิดใครถูก ใครดีใครเลว &lt;br&gt;เราเป็นคนนึงที่ใช้คอมในการสื่อสารบ่อย ๆ แต่ขอบอกเลยนะ ว่าถ้าเราจะพยายามสร้างความเข้าใจกับใคร ในเรื่องใดก็ตาม เราจะพยายามทุก ๆ วิถีทาง ไม่ใช่คิดว่าปล่อยไปในคอมแล้ว มันจะลอยไปสร้างความเข้าใจให้กับคนได้&lt;br&gt;&lt;br&gt;บางทีเทคโนโลยี ก็ทำให้เราห่างไกลความเข้าใจที่แท้จริง วันนี้ลองถามตัวเองดู ว่าคุณได้พยายามสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้กับผู้อื่น ให้เขาเข้าใจตรงกับคุณ ให้เขาทำตามด้วยความสมัครใจ ได้มากพอหรือยัง (ขอบอกว่า ไม่ได้ด่าใคร หรือถ้าด่า เรารู้ว่าคนที่เราด่า เขาไม่มาอ่านแน่นอนค่ะ เพราะว่าเขาไม่มีเมลเรา ก๊าก... แต่เอาคำถามเหล่านี้ไปลองถามตัวคุณเองดูได้นะคะ โลกยังต้องการความเข้าใจอีกเยอะค่ะ ขนาดเราว่าเราเข้าใจ ๆ บางทีเรายังต้องไม่เข้าใจเลย เพราะว่า มันเหลืออดจริง ๆ - รู้สึกเหมือนมันกวนบาทา!)&lt;br&gt;&lt;br&gt;จุดประสงค์จริง ๆ จะบ่นคอมนะ เพราะวันนี้ลงวินโดวเองดูแล้ว มันแสดงอาการไม่สมประดี แต่แล้วจนตอนนี้ มันกลับเปิดได้ ไม่เข้าใจ ผีหลอกเราแหง๋ ๆ เราคงจะต้องตบตีกับมัน (คอม) ไปอีกนานแสนนาน&lt;br&gt;&lt;/font&gt;&lt;img src="http://c.services.spaces.live.com/CollectionWebService/c.gif?cid=-6095861080911391856&amp;page=RSS%3a+%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%9b+%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1+(%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7+-+%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1+%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%99+%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81+-+%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2)&amp;referrer=" width="1px" height="1px" border="0" alt=""&gt;&lt;img style="position:absolute" alt="" width="0px" height="0px" src="http://c.live.com/c.gif?NC=31263&amp;amp;NA=1149&amp;amp;PI=73329&amp;amp;RF=&amp;amp;DI=3919&amp;amp;PS=85545&amp;amp;TP=pranitee.spaces.live.com&amp;amp;GT1=pranitee"&gt;</description><comments>http://pranitee.spaces.live.com/Blog/cns!AB6726A4E825D390!21